รูปแบบการเพิ่มประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำสำคัญ:
การจัดเก็บรายได้บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีส่งผลต่อประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) เพื่อสร้างรูปแบบการเพิ่มประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 3) เพื่อทดลองใช้และประเมินผลการใช้รูปแบบการเพิ่มประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยศึกษาจาก
กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 212 เทศบาล เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง (Structural Equation Model) โดยใช้โปรแกรมลิสเรล (LISREL) ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบการเพิ่มประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Groups) จากผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ในการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบล จำนวน 15 คน ร่วมกันวิพากษ์รูปแบบการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น และปรับปรุงรูปแบบให้สมบูรณ์ขึ้น
ระยะที่ 3 ทดลองใช้และประเมินผลการใช้รูปแบบการเพิ่มประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลโพนพิสัย โดยเปรียบเทียบผลการจัดเก็บรายได้ระหว่างก่อน และหลังการทดลอง โดยใช้ t-test (Independent Samples) ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเรียงลำดับค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลจากมากไปน้อย คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน (0.496) และการประชาสัมพันธ์การชำระภาษี (0.408) ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. รูปแบบการเพิ่มประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกิจกรรมสำคัญ คือ 2.1 การมีส่วนร่วมของประชาชน 3 กิจกรรม ได้แก่ การอบรมการมีส่วนร่วมของประชาชน การฝึกปฏิบัติวางนโยบายและแผนการออกภาคสนาม การจัดสถานที่ในการรับชำระภาษี 2.2 การประสัมพันธ์การชำระภาษี ได้แก่ การอบรมการประชาสัมพันธ์ของการชำระภาษี และจัดตั้งผู้รับคำปรึกษา 2.3 ความพร้อมในการจัดเก็บรายได้ ได้แก่ งบประมาณ บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ สร้างแรงจูงใจ สถาน
ที่รองรับผู้ชำระภาษี 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการเพิ่มประสิทธิผลการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลกับกลุ่มทดลอง พบว่า การจัดเก็บรายได้รวมก่อนทดลองและหลังทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ ว่าหลังจากนำรูปแบบการจัดเก็บรายได้มาทดลองใช้แล้ว ทำให้ผลการดำเนินงานดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
นิภาภรณ์ จงวุฒิเวศย์. (2553). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินงานของธุรกิจชุมชนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด.วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. (สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
บัณฑร อ่อนคำ. (2537). รูปแบบการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดในระดับพื้นที่โดยเน้นบทบาทชุมชนและระบบกลไกของรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนที่เอื้ออำนวยต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน : กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันยาเสพติด.
บุญชม ศรีสะอาด. (2543). การวิจัยเบื้องต้น.(พิมพ์ครั้งที่ 5 ) กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.ลิขิต ธีระเวคิน. (2535). การกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น. กรุงเทพ ฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สัมฤทธิ์ สุขสงค์. (2545). ประสิทธิผลการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดกาฬสินธุ์. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม.(สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา) สถาบันราชภัฏมหาสารคาม.
สุพจน์ แสงฉาย. (2545). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของเทศบาลเมืองลำพูน.การค้นคว้าอิสระ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2555). ออนไลน์ สืบค้นจาก https://th.wikipedia.org/wiki/.
สถาบันพระปกเกล้า. (2540). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540. ออนไลน์สืบค้นจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=% A2540.
Yamane, Taro. (1973) Statistics ; An Introductory Analysis, 3ed New York : Harper and Row.
