ธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว : ธรรมะเพื่อธรรมชาติ
คำสำคัญ:
ธรรมยาตรา, ลุ่มน้ำลำปะทาว, พระไพศาล วิสาโลบทคัดย่อ
บทความนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อทบทวนความหมายของคำว่า ธรรมยาตราความเป็นมาของธรรมยาตราในประเทศไทย และทบทวนการดำเนินงานของโครงการธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ โดยการศึกษาพระไตรปิฎกหนังสือ ตำรา บทความ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีข้อค้นพบ ความหมายของคำว่าธรรมยาตรา หมายถึง การท่องเที่ยวโดยทางธรรมเป็นการเดินทางด้วยการเดินเท้าในรูปขบวน เพื่อทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนาและเกี่ยวข้องกับสังคม มีบัญญัติไว้ในพระไตรปิฎก คือ การเจริญสติด้วยการเดิน หรือการเดินด้วยธรรม และมีหลักฐานปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรบนศิลาจารึก แผ่นที่ 8 ของพระเจ้าอโศกมหาราช ความเป็นมาของธรรมยาตราในประเทศไทย ได้รับแรงบันดาลใจจาก ธัมมาเยียตรา ของสมเด็จพระมหาโฆษนันทะในประเทศกัมพูชา ธรรมยาตราครั้งแรกในประเทศไทย คือธรรมยาตราเพื่อทะเลสาบสงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยพระนวกะกลุ่มเสขิยธรรมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของทะเลสาบสงขลา ถือเป็นต้นแบบของ ธรรมยาตราในประเทศไทย โครงการธรรมยาตราต่าง ๆ ริเริ่มโดยพระภิกษุร่วมกับฆราวาส จุดมุ่งหมายสำคัญของการเดินธรรมยาตรา คือ พยายามที่จะเชื่อมการพัฒนาสังคมและหลักธรรมคำสอนเข้าด้วยกัน เป็นปฏิบัติการทางสังคม (social action) เพื่อแก้ไขปัญหาและเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น การดำเนินงานของโครงการธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2543 จากดำริของพระครูบรรพตสุวรรณกิจ ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมตามลำน้ำปะทาวบนเทือกเขาภูแลนคาเสื่อมโทรม โดยพระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต ตำบลท่ามะไฟหวาน อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ เป็นผู้นำและขับเคลื่อนโครงการตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติลุ่มน้ำลำปะทาวและรณรงค์ให้ผู้คนในชุมชนตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติและการมีหน้าที่ดูแลรักษาธรรมชาติที่เริ่มจากทัศนคติและจิตใจของตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาความคิดและจิตใจของผู้คนด้วยหลักพุทธธรรม ขบวนธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว ประกอบด้วย พระสงฆ์ และฆราวาส กิจกรรมสำคัญ คือ การเดิน ที่เรียกว่า ธรรมยาตรา เป็นการเดินอย่างสงบ เดินอย่างมีสติ เป็นการสื่อสารธรรมะเพื่อธรรมชาติ เป็นการเดินด้วยธรรม เพื่อพลิกฟื้นผืนป่า พร้อมกับพัฒนาความคิดและจิตใจของตนเองไปด้วยในขณะเดียวกัน
เอกสารอ้างอิง
ณภคดล กิตติเสนีย์. (2554). ธรรมยาตรา: ระยะเปลี่ยนผ่าน การพลัดถิ่นฐานและการเดินทางอันศักดิ์สิทธิ์.วารสารมนุษยศาสตร์, 18 (1), 51-66.
นวม สงวนทรัพย์. (2543). พระเจ้าอโศกมหาราช. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย.
พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย. (2559). พระไตรปิฎกเล่มที่ 18 ภาษาบาลี อักษรไทย, พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 10 สังยุตตนิกายสฬายตนวรรค. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2565, จาก https://84000.org/tipitaka/read/pali_read.php?B=18&A=4453
พระธรรมปิฏก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2565, จาก https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%B8%C3%C3%C1&original=1
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2552). จารึกอโศก (ธรรมจักรบนเศียรสี่สิงห์) รัฐศาสตร์แห่งธรรมาธิปไตย. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2565, จาก https://www.watnyanaves.net/uploads/File/books/pdf/edicts_of_asoka_(dharmachakra_atop_the_lion_capital)_the_political_science_of_dhammocracy.pdf
พระไพศาล วิสาโล. (2549). ความเป็นมาของธรรมยาตรา. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2565, จาก https://www.visalo.org/DhammaWalk/article001.htm มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2560). พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2565, จาก https://84000.org/tipitaka/read/m_siri. php?B=10&siri=9
มูลนิธิโลกสีเขียว. (2552). “ธรรมยาตรา” ธรรมะเพื่อธรรมชาติ บทสัมภาษณ์ พระไพศาล วิสาโล. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2565, จาก https://www.visalo.org/columnInterview/GreenWorld5310.htm
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2565, จาก https://dictionary.orst.go.th/
เสฐียรพงษ์ วรรณปก. (2549). จากพระพุทธเจ้าถึงพระเจ้าอโศกมหาราช. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2565, จาก http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=4574
สุนทร ปัญญะพงษ์ อัญชลี ชัยศรี ทัศไนยวรรณ ดวงมาลา. (2558). บทบาทของธรรมยาตราในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : กรณีศึกษาป่าต้นน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ, รายงานการประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 2 “งานวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น, (น. 794-801). เพชรบูรณ์ : สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์.
Sutherland, P. (2007). Walking Middle Passage History in Reverse: Interfaith Pilgrimage, Virtual Communitas and World-Reca thexis. Etnofoor, 20(1), 31-62.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารช่อพะยอม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
