ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีโฟนิกส์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านวนาหลวง
คำสำคัญ:
วิธีโฟนิกส์, อ่านออกเสียง, ตัวสะกด, ภาษาที่สอง, ภาษาลาหู่บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทและข้อบกพร่องในการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านวนาหลวง 2) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีโฟนิกส์ส่งเสริมการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านวนาหลวง และ 3) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดระหว่างก่อนกับหลังเรียนด้วยวิธีโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านวนาหลวง มีประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านวนาหลวง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 13 คน ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนาเป็น 3 ระยะ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์บริบทและข้อบกพร่องในการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดของนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองสำหรับครูผู้สอนวิชาภาษาไทย แบบทดสอบวินิจฉัยข้อบกพร่องในการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีโฟนิกส์ส่งเสริมการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง และแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) บริบทและข้อบกพร่องในการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกด ของนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองในการพัฒนาการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดควรจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีสื่อ กิจกรรม และการวัดผลประเมินผลที่สอดคล้องกับบริบทและพัฒนาการของผู้เรียน มีบรรยากาศห้องเรียนเชิงบวก และนักเรียนมีข้อบกพร่องในการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกด ในมาตราแม่กด มาตราแม่กบ มาตราแม่กน และมาตราแม่กง 2) คุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพและเหมาะสมมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.89 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.14 และ 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านออกเสียงคำที่มีตัวสะกดระหว่างก่อนกับหลังเรียนด้วยวิธีโฟนิกส์ มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 26.62 คิดเป็นร้อยละ 52.19 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 39.15 คิดเป็นร้อยละ 76.77 และมีคะแนนความก้าวหน้าโดยการเปรียบเทียบค่าคะแนนระหว่างก่อนกับหลังเรียนคิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 24.59
คำสำคัญ: วิธีโฟนิกส์, อ่านออกเสียง, ตัวสะกด, ภาษาที่สอง, ภาษาลาหู่
เอกสารอ้างอิง
ขจัดภัย บุรุษพัฒน์. (2528). ปัญหาชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม.
ปรียาพร พนาผดุงธรรมและนำทิพย์ องอาจวาณิชย์. (2565). การพัฒนาความสามารถการอ่านคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนววิธีสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับการใช้แบบฝึกการอ่าน. Journal of Modern Learning Development, 7(8), 159–174.
รุ่งอรุณ โรจน์รัตนาดำรงไชยศรี. (2561). การศึกษาปัญหาการเรียนอ่านเขียนของนักเรียนต่างด้าวและการแก้ไขปัญหาด้วยแบบเรียนที่พัฒนาตามแนววิธีสอนแบบโฟนิกส์. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สนิท สัตโยภาส. (2555). แบบฝึกเพื่อสอนซ่อมเสริมนักเรียนที่มีปัญหาด้านการออกเสียงตัวสะกดไม่ชัดเจน. กรุงเทพฯ: ธารอักษร.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). แผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการอ่านของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551–2555. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.
Ukrainetz, T., Nuspl, J. J., Wilkerson, K., & Beddes, S. R. (2010). The effects of syllable instruction on phonemic awareness preschoolers. Early Childhood Research Quarterly, 26(1), 50-60. [https://doi.org/10.1016/j.ecresq.2010.04.006].
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารช่อพะยอม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
