การพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีน ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ผู้แต่ง

  • ทิพย์สุดา ดีอุดม นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้สมองเป็นฐาน, บอร์ดเกม, ทักษะการพูดภาษาจีน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีน ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะการพูดภาษาจีน ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม ก่อน - หลัง เรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน หลังเรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นการวิจัยแบบการวิจัยกึ่งทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม ประกอบด้วย 8 หน่วยการเรียนรู้ มีจำนวน 16 แผนการจัดการเรียนรู้ ทั้งหมด 16 ชั่วโมง แบบทดสอบทักษะการพูดภาษาจีนก่อน – หลังทำกิจกรรมด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียน ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดหนองผา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 13 คน ได้จากวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยสุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (x̅= 4.47, S.D. = 0.15) แสดงให้เห็นว่าแผนการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมทักษะการพูดภาษาจีนของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม 2) ผลการเปรียบเทียบการทักษะการพูดภาษาจีน ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม ก่อน – หลัง เรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม สูงกว่าก่อนการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม สามารถส่งเสริมการพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน หลังเรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅= 4.81, S.D. = 0.09) แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม สามารถส่งเสริมพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีน และทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในการใช้ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการที่นักเรียนพึงพอใจต่อแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม

ประวัติผู้แต่ง

ทิพย์สุดา ดีอุดม, นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569, จาก https://www.moe.go.th/

กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ภาษาจีน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กัญญรัตน์ ทัดเทียม. (2565). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบตอบสนองด้วยท่าทางของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. สาขาวิชาการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี: อุบลราชธานี.

กุลิสรา จิตรชญาวณิช. (2562). การจัดการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จิรัฏชญาดา ช้างจันทร์. (2565). การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับเทคนิคเพื่อนคู่คิดเพื่อพัฒนา ทักษะการฟังและการอ่านคำศัพท์ภาษาจีนใน HSK ระดับ 2 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเอกชน ที่เน้นหลักสูตรภาษาจีน, วิทยาลัยครูสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต: ปทุมธานี.

จุฑาทิพย์ แก้วอำรัตน์. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับเทคนิคเอสคิวอาร์คิวซีคิวที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มหาวิทยาลัยบูรพา: ชลบุรี.

ทิศนา แขมมณี. (2554). 14 วิธีสอนสำหรับครูมืออาชีพ. (พิมพ์ครั้งที่ 10). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปัทมา ยิ้มสกุล. (2560). รายงานการวิจัย เรื่องการจัดการเรียนรู้ด้านทักษะการฟังและการพูด ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏธนบุรี กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.

ภัสรามาศ โพธิญาณ. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการอ่านจับใจความ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐานร่วมกับเทคนิคเพื่อนคู่คิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม: มหาสารคาม.

รัตน์วิสาณ งามสม. (2560). การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (BBL) เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร: กรุงเทพมหานคร.

วีรวรรณ ราโซ. (2561). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบตอบสนองด้วยท่าทาง เพื่อการสื่อสารภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (หลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนเรศวร: พิษณุโลก.

แสงระวี ดอนแก้วบัว. (2558). ภาษาศาสตร์สำหรับครูสอนภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์.

Caine, R.N. & Caine, G. (2004). Brain-based learning. Retrieved 6 May 2026, from http://www.funderstanding.com/brain_based_learning.cfm November 15th, 2004.

Jensen, E. (2000). Brain-based learning. San Dieo, CA: The Brain Store Publishing.

Jensen, E. (2011). Brain Based Learning Paradigm of Teaching. Jakarta: Indeks.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-21

รูปแบบการอ้างอิง

ดีอุดม ท. (2026). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีน ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับบอร์ดเกม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารช่อพะยอม, 37(2), 148–160. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ejChophayom/article/view/289783

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย