การออกแบบการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์: แนวทางในการเสริมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชนใน “ย่านกะดีจีน” เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) เพื่อประเมินปัจจัยที่ส่งผลต่อศักยภาพการท่องเที่ยวของพื้นที่ย่านกะดีจีน 2) เพื่อออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนสำหรับย่านกะดีจีน และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างการสร้างรายได้และการรักษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมสำหรับย่านกะดีจีน โดยใช้แนวคิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงประยุกต์ (Applied Research) ที่มุ่งเน้นการนำผลการวิจัยไปใช้แก้ไขปัญหาและปรับปรุงสภาพการณ์ที่มีอยู่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่
1) การประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวของย่านกะดีจีนตามปัจจัยหลัก 5 ด้าน (5As) คือ สิ่งดึงดูด (Attractions) ความสามารถในการเข้าถึง (Accessibilities) สิ่งอำนวยความสะดวก (Amenities) กิจกรรม (Activities) และการตระหนักรู้ (Awareness) โดยเก็บข้อมูลจากสมาชิกทีมวิจัยจำนวน 19 คน ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เช่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อสรุปและอธิบายลักษณะของข้อมูล 2) การออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้หลักการนวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณค่าประสบการณ์ให้กับกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเน้นการเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มคุณค่าประสบการณ์ให้แก่นักท่องเที่ยว และ 3) การสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้างกับผู้ประกอบการในชุมชน เพื่อสำรวจความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่ซับซ้อนและให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกในการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงการสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว ข้อมูลที่ได้จะถูกวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อทำความเข้าใจและสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับ
ผลการวิจัยพบว่า 1) ย่านกะดีจีนมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีจุดแข็งด้านสิ่งดึงดูดและกิจกรรม แต่ควรปรับปรุงด้านสิ่งอำนวยความสะดวก 2) ทริปการท่องเที่ยวในชื่อ "จิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมชิโนโปรตุกีส" (Spirit of Sino-Portuguese Culture) โดยเน้นการเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มคุณค่าประสบการณ์ให้แก่นักท่องเที่ยว และ 3) แบบการบริหารจัดการ "5Cs" เพื่อสร้างความยั่งยืนในการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วย การมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Participation) การอนุรักษ์และสืบสานมรดกวัฒนธรรม (Cultural Heritage Conservation) การพัฒนากิจกรรม
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism Development) การควบคุมกำลังการรองรับและการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว (Carrying Capacity and Visitor Management) และการสร้างความร่วมมือและเครือข่าย (Collaboration and Networking) ในการจัดโปรแกรมเส้นทางการท่องเที่ยว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
Buhalis, D., & Amaranggana, A. (2013). Smart tourism destinations. In Information and communication technologies in tourism 2014: Proceedings of the international conference in Dublin, Ireland, January 21-24, 2014 (pp. 553-564). Springer International Publishing.
Chen, F., Ludwig, C., & Sykes, O. (2021). Heritage conservation through planning: a comparison of policies and principles in England and China. Planning Practice & Research, 36(5), 578-601.
Duxbury, N., & Campbell, H. (2011). Developing and revitalizing rural communities through arts and creativity: A literature review. The Creative City Network of Canada.
Goodwin, H., & Santilli, R. (2009). Community-based tourism: a success? ICRT Occasional Paper, 11.
Kapiki, S. (2012). Quality management in tourism and hospitality: An exploratory study among tourism stakeholders. International Journal of Economic Practices and Theories, 2(2), 53-61.
Lertkultanon, Y. ., Chatawanich, M. ., Chatawanich, S. ., & Montreesuksirikul , K. . (2023). The 9As Strategy for Sustainable Management of Man-Made Attractions: a Case Study of Ba Na Hills, Vietnam. Dusit Thani College Journal, 17(2), 181–194. Retrieved from https://so01.tci-thaijo.org/index.php/journaldtc/article/view/269368
Pongajarn, C. (2017). Tourism destination development in Thailand (Doctoral dissertation, Wageningen University and Research).
Raymond, C. (2007). Creative Tourism New Zealand: The practical challenges of developing creative tourism. In G. Richards & J. Wilson (Eds.), Tourism, creativity and development (pp. 145-157). Routledge.
Richards, G., & Wilson, J. (2006). Developing creativity in tourist experiences: A solution to the serial reproduction of culture? Tourism Management, 27(6), 1209-1223
Royal Thai Government. (2024). Thailand... Worth Visiting. Retrieved from https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/91365
Salazar, N. B. (2012). Community-based cultural tourism: Issues, threats and opportunities. Journal of Sustainable Tourism, 20(1), 9-22. https://doi.org/10.1080/09669582.2011.596279
Suksri, P. (2020). The heritage significance and tourism potential of Kudeejeen community, Bangkok. Journal of Cultural Heritage Management and Sustainable Development, 10(4), 327–345. https://doi.org/10.1108/JCHMSD-12-2019-0158
Tan SiowKian, T. S., Tan SiowHooi, T. S., Luh DingBang, L. D., & Kung ShiannFar, K. S. (2016). Understanding tourist perspectives in creative tourism.
Vengesayi, S. (2003). A conceptual model of tourism destination competitiveness and attractiveness. ANZMAC Conference Proceedings. Australian & New Zealand Marketing Academy.