พฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณ: กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่างพนักงานธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณของพนักงานธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจากผลการศึกษาพบว่าพฤติกรรมการออมโดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณการออม รวมถึงในปัจจุบันประเทศไทยได้มีความหลากหลายทางการลงทุนมากขึ้น เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจภาพรวมของพฤติกรรมการออมของกลุ่มตัวอย่าง และสามารถใช้ประโยชน์ในการวางแผนเตรียมตัวเพื่อวัยเกษียณต่อไป สำหรับการศึกษาในครั้งนี้รวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถามสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 370 ตัวอย่างจากการข้อมูล 400 ตัวอย่าง เนื่องจาก 30 ตัวอย่างไม่มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพียงพอสำหรับการออมเพื่อการเกษียณ โดยในกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ วางแผนการออมเพื่อเกษียณล่วงหน้าประมาณ 11-15 ปี สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการออม พบว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นส่วนสำคัญที่สุด ที่ส่งผลต่อการลงทุนเพื่อเกษียณ และมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการออม โดยในจำนวนนี้ยังพบว่าการลงทุนเน้นการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง โดยประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 44 ปีขึ้นไปจะเริ่มมีการเตรียมตัวเพื่อเกษียณมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น นอกจากนั้นการศึกษาพบว่าระดับการศึกษา และระยะเวลาในการทำงานมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับการออมเพื่อเกษียณด้วย แต่ในทางกลับกัน พบว่า รายจ่ายจะมีความสัมพันธ์เชิงลบกับสัดส่วนการออม
Article Details
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
Gordon, R. J. (1990). What is new-Keynesian economics?. journal of Economic Literature, 28(3), 1115-1171.
Jitsuda Thongpan. 2003. Factors determining household savings in Thailand. Self Study Master of Science (Business Economics), Thammasat University.
Keynes, J.M. (1936). The general Theory of Employment, Interest and Money. New York : Harcourt Brace Jovanovich.
National Statistical Office. (2016). Thai population structure 2000-2568. Retrieved October 23, 2020, from NSO Thailand: http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/search_center/23project-th.htm
Ricardo, R. (1890). Assessing ricardian equivalence. Journal of Economic Surveys, 17(1), 55-78.
Sittirat Meets Year 2005. Effects of Compulsory Retirement Savings - Foreign Case Example. Journal of Finance and Finance. Year 17 No. 55/2005 (March 2005) pages 80-85.
Solow, R. M. (1956). A contribution to the theory of economic growth. The quarterly journal of economics, 65-94.
Sophon Rotthamrong. (2000). Culture of Savings. Thammasat Economic Journal. Retrieved October 23, 2020, from http://www.econ.tu.ac.th/?action=journal&menu=26&type=journal&issue=49&pgmenu=77
Yamane, T. (1967). Statistics: An Introductory Analysis, 2nd Ed., New York: Harper and Row.