แนวทางการกระจายรายได้ของวิสาหกิจชุมชนสู่คนในชุมชนอย่างเหมาะสม: กรณีศึกษา วัดไทรพระราม 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
ชุมชนวัดไทร พระราม 3 มีการดำเนินรูปแบบของการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และกิจกรรมร่วมกันภายในชุมชน มีการสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน จากการศึกษาสภาพการดำเนินงานของชุมชนวัดไทรในด้านที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ พบว่า จุดแข็งของชุมชน ได้แก่ 1) มีการใช้รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย 2) รูปลักษณ์สามารถดึงดูดลูกค้าได้ 3) ที่ตั้งของกิจการอยู่ใกล้แหล่งชุมชน 4) มีการแนะนำผลิตภัณฑ์กับลูกค้าท่านอื่น และ 5) ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จุดอ่อนของชุมชนคือ 1) ผลิตภัณฑ์ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีการจำหน่ายเฉพาะในเขตพื้นที่ชุมชน 2) บรรจุภัณฑ์ยังไม่ทันสมัยและไม่น่าสนใจ 3) สถานที่ผลิตตั้งอยู่ในเขตชุมชนทำให้มีข้อจำกัดในการผลิต และ 4) ยังไม่มีแหล่งเงินทุนสำหรับสินค้าพัฒนาขึ้นใหม่มากนัก โอกาสของชุมชน ได้แก่ 1) การจำหน่ายภายในชุมชนง่ายต่อการทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมาย 2) วัตถุดิบหลักจัดหาง่ายและต้นทุนต่ำ ผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าที่ใช้ชีวิตประจำวันส่งผลให้ขายได้อย่างสม่ำเสมอ และอุปสรรคของชุมชน ได้แก่ 1) สินค้าเลียนแบบได้ง่าย 2) คู่แข่งขันมีมาก 3) สูตรของสินค้าไม่ค่อยต่างกันมาก 4) การขาดความรู้เกี่ยวกับการขยายตลาด การจัดทำบรรจุภัณฑ์ และขาดความเชี่ยวชาญในการใช้สื่อออนไลน์ ด้านรูปแบบการกระจายรายได้ของวิสาหกิจชุมชนที่เหมาะสมของชุมชนวัดไทรพระราม 3 แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1) ผลิตภัณฑ์ที่คนในชุมชนผลิตจนเสร็จสมบูรณ์แล้วนำมาจำหน่ายผ่านช่องทางของชมรมจะแบ่งสัดส่วนรายได้ให้กับคนในชุมชนที่เป็นผู้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของสัดส่วน และ 2) ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เนื่องจากยังมียอดขายไม่มากจึงยังมีรูปแบบการกระจายรายได้ที่ไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตามจะเน้นการกระจายรายได้ให้กับทุกคนที่มามีส่วนเกี่ยวข้อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
Community Enterprise Promotion Division. (2019). Community Enterprise Promotion Guide. Bangkok: NEW THAMMADA PRESS (THAILAND) CO., LTD.
Community Development Department. (2016). Strategic Plan of the Department of Community Development 2017-2021. Bangkok: Planning Division, Department of Community Development.
Department of Agriculture Extension. (2019). Manual for community enterprise operations. Retrieved from: http://www.sceb.doae.go.th/Documents/SKC/wCE.pdf
Hazell, P., Poulton, C., Wiggins, S., & Dorward, A. (2010). The future of small farms: trajectories and policy priorities. World development, 38(10), 1349-1361.
Hugos, M. H. (2018). Essentials of supply chain management. John Wiley & Sons.
Watsai Temple Protection Club. (2014). A message from the heart of the people of Wat Sai. Retrieved from: http://www.watsai.com/data_13925
Sangayotin, S (2020). Potential Development of Community Enterprises in the Southern Border Provinces to enhance competitiveness. Report of Graduate School of Commerce (GSC), Burapha University.
Supradith, S & Pooripakdee, S. (2019). Operational Formats of Social Enterprise of BaanLaem Sak Community-based Tourism, Aow Luk, Krabi. Humanities, Social Sciences and arts. 12(5): 1571-1584