การเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กรณีศึกษา: การเลือกใช้สถิติเพื่อการวิจัย

ผู้แต่ง

  • นันทวัน ทองพิทักษ์ สาขาวิชาสถิติประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • โชคชัย ไตรยสุทธิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีโยธาและสถาปัตยกรรม คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

คำสำคัญ:

การเรียนรู้ด้วยตนเอง, สถิติเพื่อการวิจัย, ฐานการเรียนรู้

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสิ่งที่มีผลต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเปรียบเทียบความรู้จากการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยใช้ฐานการเรียนรู้เรื่องการเลือกใช้สถิติเพื่อการวิจัยระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ดำเนินการทดลองตามแผนแบบการวิจัย Two Group, Randomized Matched Subject, Posttest-Only Design กลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิจัยคือ นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาวิธีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560  โดยการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย เพื่อเข้ากลุ่มทดลอง 20 คน และกลุ่มควบคุม 20 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่า t-test  ผลการวิจัยพบว่า  สิ่งที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษา คือ สะดวกต่อการทบทวนบทเรียนได้ตลอดเมื่อต้องการ  ทำให้รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ได้รู้ระดับความรู้ความเข้าใจของตนผ่านแบบทดสอบ  สะดวกต่อการทบทวนและทำแบบทดสอบซ้ำจนกว่าจะผ่านการประเมิน  ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาดีขึ้น ใช้เรียนได้ตามความสะดวกตามเวลาที่ต้องการ  และระดับความสามารถของผู้เรียนมีความถี่สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 100  ผลการเปรียบเทียบความรู้ในการเรียนของนักศึกษากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  พบว่า  ความรู้จากการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยใช้ฐานการเรียนรู้เรื่องการเลือกใช้สถิติเพื่อการวิจัยระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม แตกต่างกันอย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

นันทวัน ทองพิทักษ์. (2557). การเรียนรู้แบบยืดหยุ่นทางเลือกสำหรับการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม.มจพ, 5(2), 208-217.

บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2550). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2547). การทำวิจัยในชั้นเรียนในสไตล์การเขียนรายงานหน้าเดียว. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา.

มนต์สิทธิ์ ธนสิทธิโกศล และมิ่งขวัญ ภาคสัญไชย. (2558). รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานที่มีต่อเจตคติในวิชาฟิสิกส์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 8(3), 880-888.

สันติ วิจักขณาลัญฉ์. (2548). นวัตกรรมการเรียนการสอนโดยการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 28(3), 49-64.

สุคนธ์ สินธพานนท์. (2551). นวัตกรรมการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุรพล บุญลือ. (2550). การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้ห้องเรียนเสมือนจริงแบบใช้ปัญหาเป็นหลักในระดับอุดมศึกษา (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.

อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา. (2546). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการคุณค่าความเป็นมนุษย์ โดยอิงแนวคิดการเรียนรู้จาการหยั่งรู้ด้วยตนเอง (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

Casey, J., & Wilson, P. (2005). A practical guide to providing flexible learning in further and higher education. Glasgow: Quality Assurance Agency for Higher Education Scotland.

Deakin University. (2009). Deakin University functional area plan-teaching and learning. Geelong: Deakin University.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

02-06-2020

รูปแบบการอ้างอิง

ทองพิทักษ์ น. ., & ไตรยสุทธิ์ โ. (2020). การเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กรณีศึกษา: การเลือกใช้สถิติเพื่อการวิจัย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 14(2), 448–459. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/GraduatePSRU/article/view/237528

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย