ผลโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน
คำสำคัญ:
โปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะ, อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อสร้างโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน และเพื่อศึกษาผลโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชนสร้างจากแนวคิดการเสริมสร้างพลังอำนาจ (Empowerment) แนวคิดการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ใช้การประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Appreciation Influence Control; A-I-C) เพื่อให้ได้แผนการดำเนินกิจกรรมการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ดำเนินการ 4 ระยะ คือ (1) การค้นพบสถานการณ์จริง (Discovering reality) (2) การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical reflection)
(3) การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติกิจกรรมที่เหมาะสม (Taking charge) และ (4) การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ (Holding on) ใน 4 สัปดาห์ หาประสิทธิภาพของโปรแกรมสมรรถนะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชนโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ตัวบ่งชี้อยู่ในระดับมากที่สุดและมาก ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (Q3-Q1) ทุกตัวบ่งชี้มีค่าไม่เกิน 1.5 แสดงว่าความคิดเห็นของกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ ที่มีต่อข้อความนั้นสอดคล้องกัน (Consensus) กลุ่มตัวอย่างเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขเขตสุขภาพ
ที่ 2 และ 3 ได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน โดยสุ่มอย่างง่ายเลือกจังหวัด อำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพแห่งหนึ่งในอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท แล้วสุ่มเลือก 1 หมู่บ้านเพื่อเป็นกลุ่มทดลอง เลือกกลุ่มควบคุม 1 หมู่บ้านที่มีคุณสมบัติความคล้ายคลึงกับกลุ่มทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 54 คน เป็นกลุ่มทดลอง 27 คน และกลุ่มควบคุม 27 คน พบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ย ความรู้ ทัศนคติ และทักษะในการดูแลผู้สูงอายุก่อนและหลังได้รับโปรแกรมสมรรถนะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน สูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองมีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ทัศนคติต่อการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน และทักษะการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2558). สธ.ขยับสถานะ อสม.เป็น “นักจัดการสุขภาพ”ภาคประชาชน. สืบค้น 10 สิงหาคม 2558, จาก http://www.hfocus.org/content/2015/03/9575
กรมอนามัย. (2556). รายงานการสำรวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 2556 ภายใต้แผนงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์วัชรินทร์ พี.พี.
กงพัฒน์ แกมนิล, และพรทิพย์ คำพอ. (2556). การพัฒนาศักยภาพในการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ:บ้านโคกสะอาด หมู่ที่ 4 ตําบลหอคํา อําเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 6(3), 75-84.
กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน. (2558). ข้อมูลอาสาสมัครสาธารณสุข. สืบค้น 10 สิงหาคม 2558, จาก www.thaiphc.net
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2557). สถานการณ์ ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2556. กรุงเทพฯ: อมรินทร์
พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.
ผดุงศิษฏ์ ชำนาญบริรักษ์. (2556). รูปแบบการพัฒนาศักยภาพ หมอชุมชนในการดูแลผู้สูงอายุ ที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังบนฐานสังคม และวัฒนธรรม ตำบลดอนหว่าน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่, 5(5), 81-97.
สุมาลี เอี่ยมสมัย, รัตนา เหมือนสิทธิ์, และจรูญศรี ทองมาก. (2556). รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุของอาสาสมัครผู้ดูแลผู้สูงอายุ ในเขตเทศบาลตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 22(3), 77-87.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ ชัยนาท. (2558). ข้อมูลประชากรจังหวัดชัยนาท. สืบค้น 20 ธันวาคม 2558, จาก http://chainat.nso.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=236:25 60-03-23&catid=85:2011-10-11-07-23-27&Itemid=558
Bridget, C., France, R., Rachel, F., Joe, L., & Liz, S. (2015). Does involving volunteers in the provision of palliative care make a difference to patient and family well being? A systematic review of quantitative and qualitative evidence. International Journal of Nursing Studies, 52(3), 756-768.
Wang, C-J., Susan, Fetzer,S. J., Yang, Y-C, Wang, J-J. (2013). The Impacts of using community health volunteers to coach medication safety behaviors among rural elders with chronic illnesses. Geriatric Nursing, 34(2), 138–145.
Gibson, C. H. (1991). A concept analysis of empowerment. Journal of Advanced Nursing, 16(3), 354-61.
Gibson, H. C. (1995). The process of empowerment in mothers of chronically ill children. Journal of Advanced Nursing, 21(6), 1201–1210.
Onishi, J. (2016). Daily life support for older adults evaluated by commissioned welfare volunteers. Journal of Clinical Gerontology and Geriatrics, 7(3), 69-71.
Thomas, K. W., & Velthouse, B. A. (1990). Cognitive elements of empowerment. Academy of Management Review, 15, 666-681.
United Nation. (2007). The new core international human rights treaties. New York: Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


