การพัฒนากิจกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ผู้แต่ง

  • Piyathida Rodsung คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
  • Chonchakorn Worain คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
  • Thirayut Phukhao สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 2

คำสำคัญ:

กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน, นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

บทคัดย่อ

            จุดมุ่งหมายของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการในการจัดกิจกรรม โดยใช้แบบสอบถามสภาพและความต้องการในการจัดกิจกรรมกับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนในโรงเรียนที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล
ถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1, 2 และ 3 จำนวน 510 คน และครู จำนวน 47 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า Priority Need Index (PNI)  2) เพื่อสร้างและพัฒนากิจกรรม โดยอาศัยข้อมูลเชิงทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior) ร่วมกับข้อมูลจากการศึกษาสภาพและความต้องการในการจัดกิจกรรม และการสัมภาษณ์ครูที่จัดกิจกรรมในโรงเรียนที่มีการจัดกิจกรรมเป็นที่ยอมรับ จำนวน 5 คน สังเคราะห์เป็นแนวคิดในการจัดกิจกรรม ตรวจสอบแนวคิดในการจัดกิจกรรมด้วยการสนทนากลุ่มโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน และประเมินคุณภาพกิจกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 15 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาวิเคราะห์เนื้อหา การหาค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ 3) เพื่อทดลองใช้กิจกรรมกับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก จำนวน 26 คน โดยมีการวัดนิสัยรักการอ่านก่อนดำเนินการทดลองใช้กิจกรรม ระหว่างการดำเนินกิจกรรมและภายหลังจบกิจกรรม ประกอบการสังเกตพฤติกรรมการอ่าน การสัมภาษณ์นักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวัดซ้ำ การหาค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์เนื้อหาและ 4) เพื่อประเมินประสิทธิผลของการใช้กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโดยครูโรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก จำนวน 15 คน ร่วมกับการสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าความถี่ร้อยละ

            ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านที่สร้างและพัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม มีประโยชน์ มีความถูกต้อง และมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ตามแนวคิดในการจัดกิจกรรมที่สังเคราะห์ขึ้นสามารถทำให้นักเรียนมีคะแนนการวัดนิสัยรักการอ่านที่เพิ่มขึ้นและมีคะแนนการสังเกตพฤติกรรมการอ่านในระดับ ดีมาก กิจกรรมที่นักเรียนชอบคือ กิจกรรมเส้นทางนักอ่านและกิจกรรมนิทานสำราญใจ และมีประสิทธิผลการใช้กิจกรรมในด้านความเป็นประโยชน์และด้านความเหมาะสมของกิจกรรมอยู่ในระดับ มากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

ธงชัย สันติวงษ์. (2546). องค์การและการบริหาร (พิมพ์ครั้งที่ 15). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

บุญช่วย สายราม. (2552). การพัฒนาการดำเนินงานการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองทัพ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

ประภัสสร เสวิกุล. (2555). เมือง (ของคนไม่อ่าน) หนังสือโลก. คมชัดลึกออนไลน์. สืบเมื่อ 19 กันยายน 2555, จาก http://www.komchadluek.net

พลายพิชัย ศิริอรรถ. (2553). การพัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียน ไพโรจน์วิชชาลัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

พิรุณ อนวัชศิริวงศ์, และถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์. (2554). อ่านสร้างสุข: สร้างวัฒนธรรมการอ่าน สร้างการอ่านให้เป็นวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: แปลนพลิ้นท์ติ้ง.

แม้นมาส ชวลิต. (2539). ความช่วยเหลือที่ยูเนสโกให้แก่ประเทศไทย ในระยะเวลา 50 ปี. วารสารคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ, 28(3), 68-71.

ยืน ภู่วรวรรณ. (2553). ปัญหาการศึกษาในเด็กและเยาวชนไทย. สืบเมื่อ 28 มิถุนายน 2554, จาก www.wearehappy.in.th

วรากรณ์ สามโกเศศ. (2554). “การอ่าน” กับ “ชีวีมีราคา”. มติชนรายวัน. สืบเมื่อ 26 ธันวาคม 2554, จาก www.varakorn.com/upload/page/matichon_daily/8_sep_11_daily.pdf

วิทยากร เชียงกูล. (2555). ทำให้เด็กไทยรักการอ่านหนังสือดีได้ จึงจะกู้ชาติ (ปฏิรูปประเทศ) ได้. สืบเมื่อ 19 กันยายน 2555, จาก http://www.bangkokbiznews.com

วุฒิพงษ์ คำเนตร. (2552). การจัดกิจกรรมตามแนวคิดการสร้างความรู้นิยมเพื่อส่งเสริมทักษะและนิสัยรักการอ่านของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สมิง ไสยันต์. (2553). การพัฒนาบุคลากรด้านการส่งเสริมการอ่านโรงเรียนบ้านนายาง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

สุทธิชัย ปัญญโรจน์. (2555). คุณประโยชน์ของการอ่าน คือ หน้าต่างแห่งโลกกว้าง. สืบเมื่อ 5 ธันวาคม 2555, จาก www.oknation.net.

โสภา เจริญยิ่ง. (2556). กิจกรรมส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ: สุรชัยการพิมพ์.

อติภา พิสณฑ์. (2554). การอ่านแรงขับเคลื่อนของ “เกาหลีใต้” สู่การสร้างชาติ. สืบเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2556, จาก www.enn.co.th

คณินนุช พิจิตรนรการ. (2550). การประเมินโครงการรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนพรประสาทวิทยา.(วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครรินทรวิโรฒน์, กรุงเทพฯ.

Catherine A. L., Jesse I. S., Jeffrey I. G., Janet K. J., & Rob K. (2012). Diversity, stability and resilience of the human gut microbiota. Nature, 489(7415), 220–230.

Fishbein, M., & Ajzen, I. (2010). Predicting and changing behavior: The reasoned action approach. NY: Psychology Press.

Klauda, S. L. (2008). The relations of children’s perceived support for recreational reading from parents and friends to their motivation for reading. (Doctoral dissertation). Retrieved from ProQuest. (1663080091).

Rachel M. S., Gregory J. B., Ronald C. M., & Nancy E. M. (2007). Three-Tier Models of Reading and Behavior : A Research Review. Journal of Positive Behavior Interventions, 9(4): 239.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

15-09-2017

รูปแบบการอ้างอิง

Rodsung, P., Worain, C., & Phukhao, T. (2017). การพัฒนากิจกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 12(1), 163–176. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/GraduatePSRU/article/view/97019

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย