การพัฒนาความสามารถทางการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้แนวการสอนเพื่อการสื่อสาร กรณีศึกษาโรงเรียนสอนภาษา
คำสำคัญ:
การพัฒนา, ความสามารถทางการพูดภาษาอังกฤษ, แนวการสอนเพื่อการสื่อสาร, โรงเรียนสอนภาษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์ในการนำแนวการสอนเพื่อการสื่อสาร (Communicative Language Teaching: CLT) ไปใช้ (2) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนผ่านบทเรียน CLT และ (3) ศึกษาทัศนคติของครูผู้สอนและนักเรียนที่มีต่อบทเรียน CLT หลังเรียนการเรียนการสอน การวิจัยนี้ประกอบด้วยสามขั้นตอนคือ ขั้นตอนการวิเคราะห์สถานการณ์ ขั้นตอนการวิเคราะห์ผลการพัฒนาการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน และขั้นการตรวจสอบทัศนคติของครูและนักเรียนหลังจากเรียนผ่านบทเรียน CLT โดยใช้วิธีวิจัยแบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบไปด้วย ขั้นตอนที่ 1 ครูจำนวน 4 คนและนักเรียน 27 คน (จำนวน 4 ห้องเรียน) ขั้นตอนที่ 2 และ 3 ประกอบไปด้วยครูจำนวน 4 คนและนักเรียนจำนวน 7 คน (จำนวน 1 ห้องเรียน) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้คือ แบบสอบถามคำถามสัมภาษณ์ บทเรียน CLT จำนวน 5 บทเรียนและแบบประเมินผลการเรียน เครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วยการใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและ t-test (Dependent Samples) ผลการวิจัยพบว่าผลการวิจัยพบว่า (1) ครูและนักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อแนวการสอนเพื่อการสื่อสาร ทั้งครูและนักเรียนยอมรับบทบาทในแนวการสอนแบบ CLT ส่วนปัญหาหลักที่ทำให้ครูไม่สามารถใช้แนวการสอนแบบ CLT ในห้องเรียนได้ประสบผลสำเร็จคือ ครูไม่ได้สัมผัสกับการใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำ นักเรียนขาดทักษะการพูดภาษาอังกฤษและมีนักเรียนจำนวนมากเกินไปในห้องเรียน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนคือขาดทักษะการพูดภาษาอังกฤษและไม่ได้สัมผัสกับการใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำ (2) หลังจากการใช้แผนการสอนแบบ CLT ในห้องเรียน ผลการศึกษาพบว่าทักษะการพูดของนักเรียนมีการพัฒนาขึ้น โดยคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังการเรียนผ่านบทเรียน CLT พบว่า นักเรียนทั้งหมดมีคะแนนสูงกว่าคะแนนการทดสอบก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยในการทดสอบหลังเรียน (= 28.83, S.D. = 2.12) มากกว่าคะแนนเฉลี่ยการทดสอบก่อนเรียน (M = 19.06, S.D = 2.91) (3) อีกทั้งจากการศึกษาทัศนคติของครูผู้สอนและนักเรียนหลังจากการเรียนการสอนผ่านบทเรียนทั้งหมดของ CLT พบว่าครูผู้สอนและนักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อบทเรียน CLT คำสำคัญ : การพัฒนา, ความสามารถทางการพูดภาษาอังกฤษ, แนวการสอนเพื่อการสื่อสาร, โรงเรียนสอนภาษา
เอกสารอ้างอิง
2.English Language Institute, Office of the Basic Education Commission, Ministry of Education. (2015). CEFR Manual for Primary Level2. Retrieved November 25, 2017, from https://english.obec.go.th/english/2013/index.php/th/2012-08-08-10-26-5/74-cefr, p. 1-171.
3.Jafari, S. M., Shokrpour, N., & Guetterman, T. (2015). A Mixed Methods Study of Teachers' Perceptions of Communicative Language Teaching in Iranian High Schools. Theory and Practice in Language Studies, 707-718.
4.Karavas-Doukas, E. (1996). Using attitude scales to investigate teachers’ attitude to the communicative approach. EFL Journal, 50(3), 187-198.
5.Nanthaboot, P. (2012). Using Communicative Activities to Develop English Speaking Ability of Matthayomsuksa Three Students. Unpublished master's thesis, Srinakharinwirot University.
6.Noom-ura, S. (2013). English-Teaching Problems in Thailand and Thai teachers' Professional Development Needs. English Language Teaching, 139-147.
7.Ozsevik, Z. (2010). The Use of Communicative Language Teaching (CLT): Turkish EFL Teachers' perceived difficulties in Implementing CLT in Turkey. Master's thesis, University of Illinois.
8.Richards, J. C. (2006). Communicative Language Teaching Today. New York: Cambridge University Press.
9.Savignon, S. J., & Wang, C. (2003). Communicative Language Teaching in EFL context: Learner Attitudes and Perception. International Review of Applied Linguistics in Language Teaching, 223-249.
10.Taebi, I., Torabi, Z., & Farsani, A. M. (2016). Depicting EFL Learners' and Teachers' Perceptions toward Communicative Language Teaching: Voices from Iran. Iranian EFL Journal, 28-53.
