การบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรส่วนแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว
คำสำคัญ:
การบริหารผลการปฏิบัติงาน, บุคลากร, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรส่วนแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2) สร้างรูปแบบการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรส่วนแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 3) ทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบ การวิจัยนี้มี 3 ระยะ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรส่วนแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กรรมการบริหาร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล สำนักงานแขวงจำปาสัก และห้องการ
ประจำเมือง จำนวน 389 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณของ Yamane (1967) สุ่มกลุ่มตัวอย่าง แบบชั้นภูมิอย่างเป็นสัดส่วน และสุ่มอย่างง่าย เก็บรวมรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรส่วนแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยใช้ตัวแปรที่มี ค่าเฉลี่ยตํ่ากว่า 3.51 จากผลการวิจัยระยะที่ 1 เสวนากลุ่มเพื่อวิพากษ์รูปแบบ และการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ
ระยะที่ 3 การทดลองใช้และการประเมินผลรูปแบบการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรส่วนแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน กลุ่มทดลอง ได้แก่ กรรมการฝ่ายบริหาร เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก จำนวน 38 คน ด้วยการสุ่มแบบง่าย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ รูปแบบการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากร และแบบประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการทดลองโดยใช้ MANOVA ผลการวิจัย พบว่า 1) การบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรส่วนแขวงจำปาสัก โดยภาพรวม และเป็นรายด้าน 4 ด้าน ได้แก่ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การวางแผนประเมินผล การปรับปรุงผลการปฏิบัติงานและการพัฒนาการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับปานกลาง บุคลากรที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อสภาพการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรส่วนแขวงจำปาสัก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) รูปแบบการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากร เป็นกิจกรรมพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการประเมินผลงาน การวางแผนประเมินผลร่วมกัน การเรียนรู้การพัฒนาบุคลากร หน้าที่รับผิดชอบ
และการแสดงบทบาทสมมติ 3) บุคลากรส่วนแขวงจำปาสักมีผลการปฏิบัติงาน ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่ารูปแบบมีประสิทธิภาพและนำไปใช้ในการบริหารผลการปฏิบัติงานได้ คำสำคัญ : การบริหารผลการปฏิบัติงาน, บุคลากร, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เอกสารอ้างอิง
2.Niorn Srisoontorn. (2016). The Development of a Performance Management Model of the Primary Educational Service Area Office. Dissertation of Doctor of Philosophy in Education Management, Education Faculty, Burapha University.
3.Office of the Civil Authority Commission. (n.d.) System of Authocratic Administration of Lao People’s Democratic Republic. Bangkok: Kornkanok Printing.
4.Osborne,D. and Gaebler, T. (1990). Reinventing Government. Addison-Wesley Publ.Co.
5.Sirinat Onbumrong, Aritaya Tanyapeuch, Nisa Nuntadee, & Keson Pomme. (2011). “The Study of Knowledge, Under standing about Result-Based Assessment of Personnel in Faculty of Siriraj Medical Nurse.” Siriraj Medical Journal. 57(8).
6.Smit Satchanukorn. (2010). Welcoming and Excellent Service. 6thed. Bangkok:Saitarn.
7.Siwakorn Ratichot. (2012). The Conditions and Problems of Results-Based Management for the Achiement of Basic Education School Personnel. Online-Jounal of Education (OJED), Vol.7, No.1, 2012, pp. 2309-2323 Chulalpngkorn University.
8.Somyot Yamphuen. (2008). Factors Affecting Performance Efficiency of the personnel of Asia Marine Company Lomited (Public). Thesis for Master’s Degree in Management, Graduate School of Srinakharinratawirot University.
9.Takornsak Prommasaka Na Sakonnakorn. (2013). Factors Affecting thePerformanace of Royal Thai Army Radio and Television. An Independent Study of Master of Sciences in Human Resources Management, Sripratum.
10.Wilawan Rapeepisarn. (2011). Basic Knoeledge of Human Resource Administration. Bangkok: Wichithathakorn Press.
11.Yamane, T. (1967). Statistics : An Introductory Analysis. New York : Harper and Row.
