บทความย้อนหลัง

  • วารสารพุทธมัคค์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 พุทธมัคค์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563)
    ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 (2020)

    ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา เปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ บทวิจารณ์หนังสือ และงานสร้างสรรค์ประเภทอื่นๆ ด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา และสังคมศาสตร์เพื่อตีพิมพ์ในวารสารพุทธมัคค์ ปีที่ 5 (ฉบับที่ 1 และ 2 ปี 2563) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    ติดต่อสอบถามได้ที่ :

    พระมหามฆวินทร์ ปุริสุตฺตโม, ผศ.ดร.
    โทร. 086 086-4258
    E-mail: maghavin9@yahoo.com

  • พุทธมัคค์ ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2562)
    ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 (2019)

    วารสารพุทธมัคค์ ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม ฉบับที่ 2 ปี 2562 นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ทางศูนย์วิจัยธรรมศึกษาได้ส่งวารสารเข้ารับประเมินเข้าฐานมาตรฐานของ TCI สืบเนื่องจากวารสารได้ดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้  หากวารสารได้รับพิจารณาเข้าฐาน TCI แล้ว กระบวนการบริหารจัดการวารสารที่เข้มข้นอยู่แล้วก็จะมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นอีก เพื่อจักได้ทำให้วารสารได้มาตรฐานที่สูงขึ้นนั่นเอง โดยความคาดหวังของกองบรรณาธิการแล้วนั้น มีความประสงค์ที่จะนำบทความจากต่างชาติเข้ามาตีพิมพ์ในวารสารให้มากขึ้นด้วย สำหรับวารสารพุทธมัคค์ฉบับนี้ได้นำเสนอผลงานของนักวิชาการจากหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

    1. คุณธรรมกับปัญหาคอร์รัปชั่นในสังคมไทย (Virtue and Corruption Problems in Thai Society) โดย จิตศริณย์พร ปัญจวัฒนคุณ นักศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พบว่า คุณธรรมกับปัญหาคอร์รัปชั่นในสังคมไทย เป็นการนำคุณธรรมเข้าไปแก้ปัญหาสังคมไทยด้านการคอร์รัปชั่นด้วยการสร้างเป็นโมเดล คำว่า VIRTUE เป็นการนำนัยแห่งคุณธรรมที่แฝงอยู่ใน VIRTUE มาใช้ คือ V คือ valuable หมายถึง คุณค่าของความดีงาม I คือ integrity หมายถึง ความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเอง ครอบครัว และมนุษยชาติ R คือ Reverence หมายถึง การเคารพนับถือและการบูชา T คือ Temperance หมายถึง การควบคุมอารมณ์ U คือ Universality หมายถึง การเป็นคนใจกว้างและเคารพทุกๆ คน E คือ Endurance หมายถึง ความอดทน สรุปแล้ว VIRTUE เป็นการส่งเสริมการสร้างคุณธรรมในตัวเอง ทำให้จิตใจมีคุณภาพทางด้านความดีงาม ความถูกต้อง  ความซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่ ดำรงชีวิตอยู่ในทางสายกลาง คุณธรรมเหล่านี้ทำให้ปัญหาการคอร์รัปชั่นหมดจากไปสังคมได้
    2. สังคหวัตถุองค์ธรรมแห่งการสังคมสงเคราะห์ (Sangahavatthu: The Principles of Service and Social Welfare) โดย พระปลัดณรงค์ศักดิ์ วิสุทฺธิเมธี และ สุขี มากมูลดี มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง พบว่า หลักการสังคมสงเคราะห์มีพื้นฐานมาจากความเมตตากรุณาและความห่วงใยคนในสังคม ซึ่งหลักสังคหวัตถุเป็นหลักธรรมที่ส่งเสริมการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดการยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ก่อให้เกิดความสามัคคีและสันติสุขในสังคม ประกอบด้วย 1) ทาน คือ การให้ 2) ปิยวาจา คือ การแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ด้วยถ้อยคำที่น่าฟัง 3) อัตถจริยา คือ การทำตนให้เป็นประโยชน์ 4) สมานัตตตา คือ การประพฤติตนด้วยความเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อสงเคราะห์กันและกันด้วยหลักสังคหวัตถุ 4 ประการนี้ จะทำให้การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ความสันติสุขในการอยู่ร่วมกันในสังคมจึงเกิดขึ้น
    3. การทำความเข้าใจความทุกข์โดยการทำความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ (Understanding the Suffering by Understanding the Human Nature) โดย พระจาตุรงค์ ชูศรี วัดวิเศษการ แขวงศิริราช กรุงเทพฯ พบว่า บทความนี้ผู้เขียนนำเสนอว่า “การทำความเข้าใจความทุกข์โดยการทำความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์” คือการเข้าใจใน 3 ประเด็นคือ 1. การเข้าใจชีวิต (มนุษย์) ตามความเป็นจริงในประเด็นเรื่องเบญจขันธ์ 2. การเข้าใจกิเลสของมนุษย์ 3. การเข้าใจตัณหาของมนุษย์ เป้าหมายของการเข้าใจ ความทุกข์ ทำให้เห็นว่า มนุษย์นั้นมีการขับเคลื่อนชีวิตอยู่บนรากเหง้าที่เป็นเชิงลบก็ได้ คือการมองว่ามนุษย์มีธรรมชาติที่เลวร้าย หรือมีธรรมชาติที่เป็น “อกุศล” หรือ “ฝ่ายชั่ว” ติดตัวมา แต่ธรรมชาติดังกล่าวนี้ก็ผลักดันให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์และครองตนอยู่ได้ ดังนั้น มุมมองต่อประเด็นเรื่อง “ธรรมชาติของมนุษย์เรื่องความทุกข์ดังกล่าวไม่ใช่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มีโลกทัศน์และชีวทัศน์ (World view and World Life) ที่เป็นไปเชิงลบหรือแง่ร้าย (Pessimism) แต่มุมมองดังกล่าวนี้เป็นความจริง (Truth) ของโลกและชีวิตที่ไม่อาจปฏิเสธได้
    4. คุณค่ามนุษย์แบบอัตวิสัยในมหาสติปัฏฐานสูตร (Subjective Human Values in Foundations of Mindfulness) โดย พูนศักดิ์ กมล อาจารย์พิเศษ วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ พบว่า บทความนี้กล่าวถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ด้วยการมองจากแนวคิดของทั้ง 2 แนวคิดโดยมีแนวคิดทาง อัตวิสัย ที่กล่าวถึงสิทธิที่ทุกคนมีซึ่งเป็นสิทธิทางธรรมชาติที่จะปฏิบัติตามใจของตนเองแต่ขณะเดียวกันก็มองว่าคุณค่านั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวมนุษย์ เพียงแต่ต้องการวิธีการฝึกฝนและอบรมให้คุณค่านั้นเกิดขึ้น จึงถือได้ว่าเป็นการให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ได้ คุณค่ามนุษย์ในมหาสติปัฏฐานสูตรฺมีการพิจารณาอยู่ 4 ประการ คือ การพิจารณากาย การพิจารณาเวทนา การพิจารณาจิต และการพิจารณาธรรม เพื่อเป็นการเข้าถึงความจริงและความมีคุณค่าในการปฏิบัติตามหลักของมหาสติปัฏฐานสูตร อันเป็นหลักในการกล่าวถึงคุณค่าของมนุษย์ ตามแนวคิดของ ทั้ง 2 แนวคิดนี้มีความสอดคล้องกันในเรื่องของการมองที่ตนเองเป็นหลัก
    5. ความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศองค์การกับพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูในอำเภอเมือง สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 (The Relationship between Organizational Climate and Performance Behaviors of Teachers in Schools under the Office of Primary Educational Service Area 1) โดย ธารินี กิตติกาญจนโสภณ สุธาทิพย์ ทั่วจบ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ อาริยา ภูวคีรีวิวัฒน์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พบว่า การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) บรรยากาศองค์การของโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 (2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครู  ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 และ (3)  เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศองค์การกับพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ Krejcie and Morgan จำนวน  795 คน ด้วยการสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสอบถาม 2 ฉบับ ที่ข้อคำถามทุกข้อมีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.36 – 0.65  และนำมาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s a- coefficient)  พบว่า ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามของฉบับที่ 1 เท่ากับ 0.91 และแบบสอบถามฉบับที่ 2 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.93 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ผลการวิจัย พบว่า (1) บรรยากาศองค์การของโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2)  พฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (3)  ความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศองค์การกับพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    6. ธรรมะเพื่อการพยาบาล : พุทธปรัชญาเชิงวิเคราะห์ (Dharma for Nursing : Analytical Buddhist Philosophy) โดย พระมหามฆวินทร์ ปุริสุตฺตโม ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม และ มนัสวี ศรีนนท์ สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า บทความเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาความหมายและลักษณะของธรรมะ 2) เพื่อศึกษาจรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาล และ 3) เพื่อศึกษาธรรมะเพื่อการพยาบาล จากการศึกษา พบว่า ธรรมะคือความจริง ธรรมคือความรู้ และธรรมะคือการปฏิบัติ พยาบาลต้องบริหารจัดการตนเองและทำงานอยู่ในสังคมด้วยกรอบแห่งจรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาล ส่วนธรรมะเพื่อการพยาบาล ประกอบด้วยหลักไตรลักษณ์ 3 ปัญญา 3 อริยสัจจ์ 4 สติปัฏฐาน 4 พรหมวิหาร 4 พละ 5 อายตนะภายใน 6 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 บุญกิริยาวัตถุ 10 และ ปฏิจจสมุปบาท 12
    7. เพศสภาพและบทบาทสตรีในฐานะอุบาสิกาตามทรรศนะทางพระพุทธศาสนา (Gender and Women Empowerment as Female Buddhist According to Buddhism Perspectives) โดย กัญญภัค แมกกี้ นิสิตปริญญาเอก ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า สตรีตามทัศนะพระพุทธศาสนาในฐานะอุบาสิกานั้นได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ผู้หญิงมีบทบาทมิได้ด้อยกว่าผู้ชายในด้านศาสนาแต่อย่างใด ทั้งเรื่องการเป็นผู้ถวายทาน เป็นผู้ปฏิบัติธรรม ทุกครั้งที่มีการถวายทานก็มักจะมีการปฏิบัติธรรมควบคู่ไปด้วยเสมอ เป็นความจริงที่ว่าผู้หญิงในฐานอุบาสิกามีส่วนช่วยประคับประคองศาสนาเป็นอย่างมาก ด้วยการอุปถัมภ์บำรุงตั้งแต่สมัยพุทธกาลมาจนถึงสมัยปัจจุบันนี้ เนื่องด้วยพุทธศาสนาเปิดกว้างสำหรับสตรีโดยทั่วไป ทำให้สตรีทุกชนชั้นวรรณะมีความเสมอภาคเท่าเทียมกันในทางพุทธศาสนา มิได้กำหนดให้ผู้หญิงต้องอยู่ในกรอบหรือบทบาทใดบทบาทหนึ่งเท่านั้น ผู้หญิงสามารถที่จะปฏิบัติธรรมและทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมได้ไม่แตกต่างจากผู้ชาย ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงตามที่ปรากฏในคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาเหล่านี้ ล้วนอยู่ภายใต้บริบทของสังคมอินเดียที่มีศาสนาพราหมณ์เป็นกรอบความเชื่อใหญ่ แต่พระพุทธศาสนาโดยพระพุทธเจ้าและพระพุทธสาวกก็มิได้เห็นด้วยกับทรรศนะของศาสนาพราหมณ์ กลับให้โอกาสแก่ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมในพระพุทธศาสนาอย่างอิสระ เพื่อนำสาวกไปสู่เป้าหมายคือ ความพ้นทุกข์เสมอกัน
  • พุทธมัคค์ ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2562)
    ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (2019)

    นับเป็นปีที่ 4 เข้าไปแล้ว สำหรับการจัดพิมพ์วารสารพุทธมัคค์ ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม โดยฉบับที่ 1 ปี 2562 นี้ กองบรรณาธิการวารสารได้มีการประชาสัมพันธ์บอกกล่าวนักวิชาการที่สนใจนำผลงานมาตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง จนบัดนี้ก็เป็นประจักษ์ชัดแล้วว่าวารสารพุทธมัคค์ได้รับความสนใจและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเป็นอย่างยิ่งแล้ว ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการทำวารสารเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการมากขึ้นและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน TCI ทางวารสารจึงได้เชิญชวนนักวิชาการจากหลากหลายสถาบันส่งผลงานมาตีพิมพ์และได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิตรวจประเมินบทความจากหลายหน่วยงานเช่นกัน

  • พุทธมัคค์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
    ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (2018)

    วารสารพุทธมัคค์ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 2 ปีที่ 3 แล้ว และหากสังเกตให้ดีจะพบว่าเนื้อหาของบทความวิชาการที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารจะเป็นบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและปรัชญาเป็นส่วนใหญ่ ส่วนบทความที่มีเนื้อหาด้านอื่นๆ ก็มีอยู่ไม่ค่อยมากนัก สืบเนื่องจากการผลิตวารสารนี้ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน TCI นั่นเอง ดังนั้น เพื่อให้มีผลงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญาให้หลากหลายประเด็นมากขึ้น บรรณาธิการจึงขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ถึงผู้สนใจนำผลงานวิชาการมาตีพิมพ์ในวารสารสามารถส่งมาได้เลย โดยเฉพาะบทความด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศึกษาศาสตร์

  • พุทธมัคค์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2561)
    ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (2018)

    หลังจากตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการผ่านวารสารพุทธมัคค์ ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม แล้ว ได้มีผู้สนใจสอบถามเข้ามาว่า การบริหารจัดการการศึกษาของสถาบันการศึกษาแห่งนี้มีอะไรบ้าง บรรณาธิการวารสารวิชาการของสถาบันการศึกษาแห่งนี้ จึงขอตอบดังนี้ 1. มีการจัดการการศึกษาภาษาบาลี นักธรรม-ธรรมศึกษา และ 2. มีการจัดการการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) พร้อมทั้งได้มีการสนับสนุนให้บุคลากรออกไปศึกษาการศึกษาทางโลกตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมากด้วย และสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาเอก สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษาด้วย ดังนั้น สถาบันการศึกษาแห่งนี้จึงถือได้ว่าเป็นสถาบันที่จัดการการศึกษาเองและสนับสนุนให้หน่วยงานอื่นๆ มาจัดการการศึกษาในสถาบันด้วย

  • พุทธมัคค์ ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2560)
    ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (2017)

    การดำเนินการทำวารสารพุทธมัคค์นี้ทำให้เกิดประโยชน์หลายๆ อย่างกับสถาบันและหน่วยงานอื่นๆ ที่ประสงค์นำองค์ความรู้ใหม่ที่นักวิชาการนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ได้อย่างแน่นอน และที่สาคัญที่สุดคือเรื่องการทำวารสารวิชาการนี้ได้ทำให้นักวิชาการที่แสวงหาพื้นที่นำเสนอผลงานของตัวเองได้พื้นที่มากขึ้น ตลอดจนเมื่อวารสารได้ตีพิมพ์ผลงานออกไปสู่สายตาประชาชนแล้ว ก็ได้ทำให้ผู้ที่กาลังแสวงหาคาตอบจากปัญหาบางประการได้รับแนวทางหรือรูปแบบการตัดสินใจของตัวเอง ดังนั้น การทำงานวารสารวิชาการนี้จึงนับว่าเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของมนุษย์และเป็นการจรรโลงสังคมให้เจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

  • พุทธมัคค์ ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2560)
    ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 (2017)

    ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว สาหรับการบริหารจัดการวารสารพุทธมัคค์นี้ จึงทำให้เห็นได้ว่า การพัฒนางาน วิชาการนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่องและทำอย่างเข้มแข็ง คือ วารสารพุทธมัคค์นี้กว่าจะสำเร็จเป็นรูปเล่มออกมา แต่ละฉบับต้องผ่านการตรวจพิสูจน์ทั้งในเชิงโครงสร้างและเนื้อหาของบทความ โดยเฉพาะการตรวจสอบความถูกต้องนั้น ทางกองบรรณาธิการวารสารได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันต่างๆ ได้ประเมินให้ความเห็น หากไม่ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว บทความเรื่องนั้นๆ ก็จะไม่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ สำหรับการประเมินบทความแต่ละเรื่องนั้นจะใช้ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน ต่อ 1 บทความ ประเมิน เพื่อให้เกิดความถูกต้อง และเรียบร้อยให้มากที่สุดนั่นเอง

  • พุทธมัคค์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2559)
    ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (2016)

    วารสารพุทธมัคค์ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 2 แล้ว ซึ่งหลังจากได้เผยแพร่วารสารออกไปก็ได้มีผู้สนใจติดต่อสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีความสนใจที่จะนาผลงานของตัวเองเข้ามาตีพิมพ์และสนใจเป็นสมาชิกของวารสาร ดังนั้น ในนามบรรณาธิการวารสาร จึงขอใช้พื้นที่บทบรรณาธิการตอบคาถามดังนี้ 1. เรื่องความสนใจส่งผลงานวิชาการเข้ามาตีพิมพ์ในวาสารพุทธมัคค์นั้น ผู้สนใจสามารถส่งผลงานผ่านทางเว็บไซต์ของวารสารได้เลย ส่วนถ้ามีข้อสงสัยประการใด ติดต่อสอบถามที่บรรณาธิการได้โดยตรง 2. เรื่องการสมัครเป็นสมาชิกของวารสารนั้น สมัครได้ตามที่อยู่ในวารสารสาหรับวารสารฉบับนี้ มีผลงานจากนักวิชาการจากหน่วยงานต่างๆ เป็นองค์ความรู้ใหม่หลากหลายและน่าสนใจยิ่ง

  • วารสารพุทธมัคค์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 พุทธมัคค์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2559)
    ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (2016)

    ตามที่ทราบกันโดยทั่วไป เรื่องการบริหารการศึกษานั้นเป็นเรื่องของการจัดการศึกษา ที่สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งจัดให้แก่ผู้เรียน โดยหลังจากที่ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแล้วต้องเป็นผู้มีคุณภาพ คุณธรรรม และคุณค่าในตัวเองและต่อสังคมโดยรวมด้วย สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม บริหารและจัดการศึกษาทั้งภาษาบาลี นักธรรม-ธรรมศึกษา และการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ดังนั้น ทางสถาบันการศึกษาแห่งนี้ จึงได้จัดทำวารสารพุทธมัคค์ขึ้น เพื่อเป็นวารสารเปิดพื้นที่เผยแพร่ผลงาน ทางวิชาการของบุคลากรภายในและภายนอกสถาบัน ดังนั้น วารสารพุทธมัคค์ฉบับปฐมฤกษ์นี้จึงจักได้นำเสนอผลงานจากนักวิชาการจากหน่วยงานต่างๆ