วัตถุประสงค์
เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และเป็นแหล่งข้อมูลในการเผยแพร่งานวิจัยและบทความวิชาการทางพระพุทธศาสนาให้กับคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และผู้สนใจ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจและเพิ่มพูนความรู้ด้านพระพุทธศาสนาในเชิงวิชาการแก่สังคม

ประเภทบทความที่รับพิจารณาตีพิมพ์ ประกอบไปด้วย
[1] บทความวิจัย
[2] บทความวิชาการ 
[3] บทความแปลจากภาษาต่างประเทศ 
[4] บทความพิเศษของบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญ (ไม่ต้องรับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ)
โดยมีเนื้อหาด้านพระพุทธศาสนาเชิงคัมภีร์ และพุทธปรัชญา
และบทความจากผู้เขียนทั้งภายในและภายนอก จะได้รับการตรวจและประเมินในแบบ Double Blinded

วารสารธรรมธารา ตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ
ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน                                      ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม

คำแนะนำสำหรับผู้เขียน 
หลักเกณฑ์การอ้างอิงของวารสารธรรมธารา คลิกเพื่ออ่าน
ตัวอย่างแบบฟอร์มการจัดหน้าบทความ [.word] [.pdf]
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม [download]

ISSN 2408-1892 (Print) 
ISSN 2651-2262 (Online)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammadhara.org

ประกาศวารสารธรรมธาราใช้ หลักเกณฑ์การอ้างอิงรูปแบบใหม่ (ปรับปรุงครั้งที่ 2)

2019-10-07

Card_720.jpg

 

-วารสารธรรมธาราประกาศใช้-
หลักเกณฑ์การอ้างอิงรูปแบบใหม่
(ปรับปรุงครั้งที่ 2)

ยึดระบบ Chicago เวอร์ชั่น 17
อ้างอิงแบบเชิงอรรถ (Footnote)
ประการใช้งานตั้งแต่
วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

ดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การอ้างอิงได้ที่นี่

#DJBS

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (2019): (ฉบับรวมที่ 9) กรกฎาคม - ธันวาคม

     ในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ ท่านผู้อ่านจะได้พบกับบทความพระพุทธศาสนาเชิงวิชาการที่ประกอบด้วย บทความแปลของผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศญี่ปุ่น บทความวิชาการที่มีความหลากหลายมุมมองจากทัศนะผู้เขียนที่มีความรู้ทั้งภาคภาษาจีน ภาษาต่างประเทศอื่นๆ อันน่าสนใจติดตามยิ่งพระพุทธศาสนาในโลกปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 นิกายใหญ่ คือ
     1. พระพุทธศาสนาเถรวาท เจริญรุ่งเรืองอยู่ในประเทศไทย ศรีลังกา เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เป็นต้น
     2. พระพุทธศาสนามหายาน ในประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เวียดนาม เป็นต้น
     3. พระพุทธศาสนาวัชรยาน ในทิเบตและมองโกเลีย

     การกำเนิดพระพุทธศาสนามหายานเป็นเรื่องที่มีการศึกษา วิเคราะห์ และถกเถียงกันมายาวนานหลายร้อยปี มีทฤษฎีแหล่งกำเนิดมหายานหลายทฤษฎี เช่น ทฤษฎีที่ว่ามหายานมาจากนิกายมหาสังฆิกะทฤษฎีที่ว่ามหายานมาจากกลุ่มพุทธฆราวาสที่รวมตัวบูชาเจดีย์ ทฤษฎีที่ว่าในช่วงเริ่มต้น มหายานอยู่รวมกับเถรวาทในวัดเดียวกัน เป็นต้น บทความเรื่อง “แนวโน้มและพัฒนาการทฤษฎีการกำเนิดของพระพุทธศาสนามหายาน (2)” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ซาซากิ ชิซุกะ ซึ่ง พระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย, ดร. ได้แปลมาเป็นภาษาไทย ได้ให้แง่คิดมุมมองใหม่ๆ ที่แหลมคมต่อทฤษฎีกำเนิดมหายาน ผู้สนใจไม่ควรพลาด

     “การตรวจชำระและศึกษาพุทธานุสสติในคัมภีร์จตุรารักขาอรรถกถาบาลี” โดย ดร.สุปราณี พณิชยพงศ์ เป็นแบบอย่างของการตรวจชำระคัมภีร์บาลีที่ดี และแสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างกว้างขวางในการปฏิบัติกรรมฐานแบบพุทธานุสสติตามหลักคัมภีร์จตุรารักขานี้ ในประเทศไทย ศรีลังกา เมียนมาร์ กัมพูชา เป็นต้น มาแต่โบราณกาล

     “คาถาชาดกพากษ์จีนที่มีความสอดคล้องกับชาดกบาลี: ศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบ” โดย ชาคริต แหลมม่วง เป็นผลงานวิจัยที่สำคัญชิ้นหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่า การศึกษาเปรียบเทียบคัมภีร์คู่ขนานในภาษาต่างๆ เช่น ภาษาบาลี ภาษาจีน ภาษาสันสกฤต ภาษาทิเบต เป็นต้น ช่วยให้เรามองเห็นพัฒนาการของคัมภีร์ และช่วยในการตรวจชำระคัมภีร์ได้อย่างมาก แต่ทั้งนี้ผู้วิจัยจะต้องมีความรู้ความสามารถในภาษาต่างๆ ที่ทรงไว้ซึ่งพระคัมภีร์เป็นอย่างดี

     มิลินทปัญหา เป็นคัมภีร์พระพุทธศาสนาที่สำคัญยิ่งคัมภีร์หนึ่ง พระไตรปิฎกบาลีของพม่าถึงกับจัดคัมภีร์มิลินทปัญหาเป็นคัมภีร์หนึ่งในพระไตรปิฎกขุททกนิกาย “มิลินทปัญหา: ปริศนาเรื่องกำเนิดและพัฒนาการ” โดย เนาวรัตน์ พันธ์วิไล ได้ศึกษาเรื่องจุดกำเนิดของคัมภีร์มิลินทปัญหาที่ว่า แปลมาจากวรรณกรรมกรีก หรือ จากวรรณกรรมภาษาปรากฤต หรือ สันสกฤตในอินเดีย โดยได้รวบรวมหลักฐานและเหตุผลของทั้ง 2 ทฤษฎีนี้อย่างกว้างขวาง

หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะได้สารัตถประโยชน์จากวารสารธรรมธาราฉบับนี้ตามสมควร

พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
10 ตุลาคม 2562

เผยแพร่แล้ว: 2019-10-10

ดูเล่มทุกฉบับ