พุทธปัญญาในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
วารสารธรรมธารา ฉบับที่ 23 นี้ นำเสนอบทความวิชาการและบทความวิจัยจำนวน 13 เรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นความกว้างขวางและความมีชีวิตชีวาของการศึกษาพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่การศึกษาคัมภีร์ พระวินัย วรรณคดีบาลี เอกสารใบลาน จารึกและหลักฐานโบราณคดี ไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงปรัชญา การปฏิบัติสมาธิวิปัสสนา การพัฒนาคุณธรรมเยาวชน การดูแลสุขภาวะ และการเตรียมจิตในวาระสุดท้ายของชีวิต
เมื่อพิจารณาบทความทั้งหมดร่วมกันจะเห็นว่า พระพุทธศาสนามิได้เป็นเพียงมรดกทางความคิดจากอดีต หากยังเป็นฐานปัญญาที่สามารถอธิบายชีวิต โลก และสังคมร่วมสมัยได้อย่างลุ่มลึก วารสารฉบับนี้จึงอาจอ่านได้ในฐานะการเดินทางของ “พุทธปัญญา” จากรากฐานทางคัมภีร์และประวัติศาสตร์สู่การตีความเชิงปรัชญา การพัฒนาจิตใจ และการประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
บทความที่เปิดมิติทางความคิดอย่างโดดเด่น คือ “ความย้อนแย้งแห่งสัมพัทธภาพในกระบวนการแห่งการแปรเปลี่ยน: การจำแนกมโนทัศน์ความสัมพันธ์ สัมพัทธนิยม และสัมพัทธภาพในวรรณกรรมพุทธปรัชญา-วิทยาศาสตร์” ซึ่งอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างพุทธปรัชญากับวิทยาศาสตร์ร่วมสมัย โดยจำแนกความแตกต่างระหว่างสัมพัทธภาพ สัมพัทธนิยม และหลักปัจจยตาทำให้เห็นว่า แม้พระพุทธศาสนาจะอธิบายโลกในฐานะกระบวนการแห่งความเปลี่ยนแปลง แต่ก็มิได้จำกัดอยู่เพียงโลกแห่งความสัมพันธ์เชิงปรากฏการณ์ หากยังเปิดมิติไปสู่ความจริงที่พ้นจากเงื่อนไขแห่งสังขตธรรม
ในด้านการปฏิบัติธรรม บทความ “พลวัตการพัฒนาองค์ความรู้และยุทธวิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบพองหนอ-ยุบหนอ: การสังเคราะห์รูปแบบจากศูนย์ปฏิบัติธรรมตาณัง เลณัง เฉลิมราช 60 ปี จังหวัดเชียงใหม่” และ “การศึกษาแสงสว่างแบบอาโลกะในการปฏิบัติสมาธิตามคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท” ต่างช่วยขยายความเข้าใจเรื่องการภาวนาในสองมิติที่เกื้อหนุนกัน
เรื่องแรกชี้ให้เห็นว่า การปฏิบัติวิปัสสนาสามารถพัฒนาเป็นระบบองค์ความรู้ ถ่ายทอด และจัดการได้อย่างเป็นวิชาการ ส่วนเรื่องหลังศึกษาบทบาทของ “อาโลกะ” หรือ แสงสว่างในกระบวนการสมาธิ ตั้งแต่ระดับการขจัดนิวรณ์ไปจนถึงมิติแห่งญาณและการบรรลุธรรม
ส่วนบทความ “นวัตกรรมการพัฒนาสติและอุเบกขาเพื่อลดละกิเลสในชีวิตประจำวันตามแนวทางมหาสติปัฏฐานสูตร” และ “การมีสติตื่นรู้และการยึดแนวทางการแพทย์กับการกำกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” แสดงให้เห็นว่า หลักสติมิได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ของการปฏิบัติธรรมตามรูปแบบเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือในการดูแลชีวิตประจำวัน การปรับพฤติกรรมสุขภาพ และการอยู่ร่วมกับโรคเรื้อรังอย่างมีปัญญาและสมดุล
ในมิติของชีวิตและความตาย บทความ “การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการเตรียมจิตก่อนตายเชิงพุทธบูรณาการในผู้สูงอายุ” เป็นงานที่มีความสำคัญต่อสังคมสูงวัย เพราะนำหลักไตรสิกขาและสติปัฏฐานมาบูรณาการกับองค์ความรู้ด้านการแพทย์และจิตวิทยา เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเผชิญความตายด้วยความเข้าใจ ลดความกลัว และเตรียมพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ
ด้านจริยธรรมและการพัฒนาคน บทความ “การถอดบทเรียนผลของปาณาติบาตตามหลักกฎแห่งกรรมในมุมมองคำสอนพระพุทธศาสนา” นำหลักกรรมและผลของการเบียดเบียนชีวิตมาเชื่อมโยงกับปัญหาความรุนแรงในสังคมปัจจุบัน พร้อมเสนอกรอบแนวคิด PĀNA Model เพื่อใช้ในการสื่อสารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะที่บทความ “รูปแบบการพัฒนาเยาวชนคุณธรรมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยกระบวนการสร้างจริยธรรมแบบ Active Learning” ชี้ให้เห็นแนวทางการปลูกฝังคุณธรรมแก่เยาวชนผ่านการเรียนรู้เชิงรุก อันเป็นการทำให้หลักธรรมกลายเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จับต้องได้ในระบบการศึกษา
ในด้านคัมภีร์ วรรณคดี และพระวินัย บทความ “ข้าวยาคูในพระไตรปิฎก: สาระสำคัญและบทบัญญัติทางพระวินัย” แสดงให้เห็นความละเอียดอ่อนของพระวินัยและวิถีชีวิตสงฆ์ผ่านประเด็นอาหารที่ดูเรียบง่าย แต่มีนัยสำคัญต่อสุขภาวะ วินัย และความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับคฤหัสถ์ ส่วนบทความ “งานอรรถาธิบายในวรรณคดีบาลี: พัฒนาการและความสำคัญ” ช่วยให้เห็นบทบาทของอรรถกถาในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างพระพุทธพจน์กับการทำความเข้าใจของคนรุ่นหลัง
ด้านการอนุรักษ์มรดกทางปัญญา บทความ “การศึกษาต้นฉบับใบลานเรื่องมหากัปปินวัณณนาวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร” มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์วรรณกรรมบาลี เพราะอาศัยหลักฐานต้นฉบับใบลานในการวิเคราะห์อักขรวิธี กำหนดอายุ และเปรียบเทียบกับวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำให้เห็นความสำคัญของเอกสารโบราณในฐานะแหล่งสืบทอดความรู้ทางพระพุทธศาสนา
ในมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม บทความ “พัฒนาการและอิทธิพลของคำสอนพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในจารึกและใบเสมาทวารวดีภาคอีสาน” นำเสนอภาพการหลอมรวมระหว่างพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านหลักฐานจารึก ใบเสมา และภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ในภาคอีสาน แสดงให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาในดินแดนไทยมิได้ดำรงอยู่แบบตายตัว หากพัฒนาเป็นชั้น ๆ ผ่านการรับ ปรับ และสร้างสรรค์ตามบริบทของชุมชน
ปิดท้ายด้วยบทความ “แนวคิดอทวิลักษณ์ของเซนในวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่น” ซึ่งเปิดมุมมองเปรียบเทียบระหว่างพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ผ่านแนวคิดอย่างอิคิไก อิจิโกะ-อิจิเอะ คินสึงิ และวะบิ-ซะบิ ทำให้เห็นว่า พุทธปัญญาสามารถแปรรูปเป็นสุนทรียศาสตร์และจริยศาสตร์ของชีวิตประจำวันได้อย่างลึกซึ้ง
บทความทั้ง 13 เรื่องในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ จึงร่วมกันแสดงภาพของพระพุทธศาสนาในฐานะองค์ความรู้ที่มีชีวิต มีรากฐานมั่นคงในคัมภีร์และประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็สามารถก้าวออกมาสนทนากับโลกสมัยใหม่ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ สุขภาพ การศึกษา สังคมสูงวัย จริยธรรม และวัฒนธรรมร่วมสมัย
กองบรรณาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า วารสารธรรมธารา ฉบับที่ 23 จะเป็นประโยชน์ต่อคณาจารย์ นักวิจัย พระภิกษุสามเณร นิสิตนักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจพระพุทธศาสนา ทั้งในด้านการศึกษาค้นคว้า การต่อยอดงานวิจัย และการประยุกต์ใช้หลักธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม อันจะนำไปสู่การศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลุ่มลึก ทันสมัย และเกื้อกูลต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงสืบไป
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑโฒ)
29 กรกฎาคม 2569
(วันอาสาฬหบูชา)
เผยแพร่แล้ว: 2026-07-31