(ฉบับรวมที่ 23) กรกฎาคม - ธันวาคม
ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 (2026)
พุทธปัญญาในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
วารสารธรรมธารา ฉบับที่ 23 นี้ นำเสนอบทความวิชาการและบทความวิจัยจำนวน 13 เรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นความกว้างขวางและความมีชีวิตชีวาของการศึกษาพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่การศึกษาคัมภีร์ พระวินัย วรรณคดีบาลี เอกสารใบลาน จารึกและหลักฐานโบราณคดี ไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงปรัชญา การปฏิบัติสมาธิวิปัสสนา การพัฒนาคุณธรรมเยาวชน การดูแลสุขภาวะ และการเตรียมจิตในวาระสุดท้ายของชีวิต
เมื่อพิจารณาบทความทั้งหมดร่วมกันจะเห็นว่า พระพุทธศาสนามิได้เป็นเพียงมรดกทางความคิดจากอดีต หากยังเป็นฐานปัญญาที่สามารถอธิบายชีวิต โลก และสังคมร่วมสมัยได้อย่างลุ่มลึก วารสารฉบับนี้จึงอาจอ่านได้ในฐานะการเดินทางของ “พุทธปัญญา” จากรากฐานทางคัมภีร์และประวัติศาสตร์สู่การตีความเชิงปรัชญา การพัฒนาจิตใจ และการประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
บทความที่เปิดมิติทางความคิดอย่างโดดเด่น คือ “ความย้อนแย้งแห่งสัมพัทธภาพในกระบวนการแห่งการแปรเปลี่ยน: การจำแนกมโนทัศน์ความสัมพันธ์ สัมพัทธนิยม และสัมพัทธภาพในวรรณกรรมพุทธปรัชญา-วิทยาศาสตร์” ซึ่งอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างพุทธปรัชญากับวิทยาศาสตร์ร่วมสมัย โดยจำแนกความแตกต่างระหว่างสัมพัทธภาพ สัมพัทธนิยม และหลักปัจจยตาทำให้เห็นว่า แม้พระพุทธศาสนาจะอธิบายโลกในฐานะกระบวนการแห่งความเปลี่ยนแปลง แต่ก็มิได้จำกัดอยู่เพียงโลกแห่งความสัมพันธ์เชิงปรากฏการณ์ หากยังเปิดมิติไปสู่ความจริงที่พ้นจากเงื่อนไขแห่งสังขตธรรม
ในด้านการปฏิบัติธรรม บทความ “พลวัตการพัฒนาองค์ความรู้และยุทธวิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบพองหนอ-ยุบหนอ: การสังเคราะห์รูปแบบจากศูนย์ปฏิบัติธรรมตาณัง เลณัง เฉลิมราช 60 ปี จังหวัดเชียงใหม่” และ “การศึกษาแสงสว่างแบบอาโลกะในการปฏิบัติสมาธิตามคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท” ต่างช่วยขยายความเข้าใจเรื่องการภาวนาในสองมิติที่เกื้อหนุนกัน
เรื่องแรกชี้ให้เห็นว่า การปฏิบัติวิปัสสนาสามารถพัฒนาเป็นระบบองค์ความรู้ ถ่ายทอด และจัดการได้อย่างเป็นวิชาการ ส่วนเรื่องหลังศึกษาบทบาทของ “อาโลกะ” หรือ แสงสว่างในกระบวนการสมาธิ ตั้งแต่ระดับการขจัดนิวรณ์ไปจนถึงมิติแห่งญาณและการบรรลุธรรม
ส่วนบทความ “นวัตกรรมการพัฒนาสติและอุเบกขาเพื่อลดละกิเลสในชีวิตประจำวันตามแนวทางมหาสติปัฏฐานสูตร” และ “การมีสติตื่นรู้และการยึดแนวทางการแพทย์กับการกำกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” แสดงให้เห็นว่า หลักสติมิได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ของการปฏิบัติธรรมตามรูปแบบเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือในการดูแลชีวิตประจำวัน การปรับพฤติกรรมสุขภาพ และการอยู่ร่วมกับโรคเรื้อรังอย่างมีปัญญาและสมดุล
ในมิติของชีวิตและความตาย บทความ “การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการเตรียมจิตก่อนตายเชิงพุทธบูรณาการในผู้สูงอายุ” เป็นงานที่มีความสำคัญต่อสังคมสูงวัย เพราะนำหลักไตรสิกขาและสติปัฏฐานมาบูรณาการกับองค์ความรู้ด้านการแพทย์และจิตวิทยา เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเผชิญความตายด้วยความเข้าใจ ลดความกลัว และเตรียมพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ
ด้านจริยธรรมและการพัฒนาคน บทความ “การถอดบทเรียนผลของปาณาติบาตตามหลักกฎแห่งกรรมในมุมมองคำสอนพระพุทธศาสนา” นำหลักกรรมและผลของการเบียดเบียนชีวิตมาเชื่อมโยงกับปัญหาความรุนแรงในสังคมปัจจุบัน พร้อมเสนอกรอบแนวคิด PĀNA Model เพื่อใช้ในการสื่อสารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะที่บทความ “รูปแบบการพัฒนาเยาวชนคุณธรรมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยกระบวนการสร้างจริยธรรมแบบ Active Learning” ชี้ให้เห็นแนวทางการปลูกฝังคุณธรรมแก่เยาวชนผ่านการเรียนรู้เชิงรุก อันเป็นการทำให้หลักธรรมกลายเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จับต้องได้ในระบบการศึกษา
ในด้านคัมภีร์ วรรณคดี และพระวินัย บทความ “ข้าวยาคูในพระไตรปิฎก: สาระสำคัญและบทบัญญัติทางพระวินัย” แสดงให้เห็นความละเอียดอ่อนของพระวินัยและวิถีชีวิตสงฆ์ผ่านประเด็นอาหารที่ดูเรียบง่าย แต่มีนัยสำคัญต่อสุขภาวะ วินัย และความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับคฤหัสถ์ ส่วนบทความ “งานอรรถาธิบายในวรรณคดีบาลี: พัฒนาการและความสำคัญ” ช่วยให้เห็นบทบาทของอรรถกถาในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างพระพุทธพจน์กับการทำความเข้าใจของคนรุ่นหลัง
ด้านการอนุรักษ์มรดกทางปัญญา บทความ “การศึกษาต้นฉบับใบลานเรื่องมหากัปปินวัณณนาวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร” มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์วรรณกรรมบาลี เพราะอาศัยหลักฐานต้นฉบับใบลานในการวิเคราะห์อักขรวิธี กำหนดอายุ และเปรียบเทียบกับวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำให้เห็นความสำคัญของเอกสารโบราณในฐานะแหล่งสืบทอดความรู้ทางพระพุทธศาสนา
ในมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม บทความ “พัฒนาการและอิทธิพลของคำสอนพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในจารึกและใบเสมาทวารวดีภาคอีสาน” นำเสนอภาพการหลอมรวมระหว่างพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านหลักฐานจารึก ใบเสมา และภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ในภาคอีสาน แสดงให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาในดินแดนไทยมิได้ดำรงอยู่แบบตายตัว หากพัฒนาเป็นชั้น ๆ ผ่านการรับ ปรับ และสร้างสรรค์ตามบริบทของชุมชน
ปิดท้ายด้วยบทความ “แนวคิดอทวิลักษณ์ของเซนในวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่น” ซึ่งเปิดมุมมองเปรียบเทียบระหว่างพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ผ่านแนวคิดอย่างอิคิไก อิจิโกะ-อิจิเอะ คินสึงิ และวะบิ-ซะบิ ทำให้เห็นว่า พุทธปัญญาสามารถแปรรูปเป็นสุนทรียศาสตร์และจริยศาสตร์ของชีวิตประจำวันได้อย่างลึกซึ้ง
บทความทั้ง 13 เรื่องในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ จึงร่วมกันแสดงภาพของพระพุทธศาสนาในฐานะองค์ความรู้ที่มีชีวิต มีรากฐานมั่นคงในคัมภีร์และประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็สามารถก้าวออกมาสนทนากับโลกสมัยใหม่ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ สุขภาพ การศึกษา สังคมสูงวัย จริยธรรม และวัฒนธรรมร่วมสมัย
กองบรรณาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า วารสารธรรมธารา ฉบับที่ 23 จะเป็นประโยชน์ต่อคณาจารย์ นักวิจัย พระภิกษุสามเณร นิสิตนักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจพระพุทธศาสนา ทั้งในด้านการศึกษาค้นคว้า การต่อยอดงานวิจัย และการประยุกต์ใช้หลักธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม อันจะนำไปสู่การศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลุ่มลึก ทันสมัย และเกื้อกูลต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงสืบไป
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑโฒ)
29 กรกฎาคม 2569
(วันอาสาฬหบูชา)
(ฉบับรวมที่ 22) มกราคม - มิถุนายน
ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 (2026)
วารสารธรรมธาราใคร่ขอแจ้งข่าวอันเป็นมงคลแก่ท่านผู้อ่านว่า ผู้ทรงคุณวุฒิประจำวารสารฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ จำนวน 2 ท่าน ได้แก่
1. รองศาสตราจารย์ ดร.สำเนียง เลื่อมใส ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ สาขาวิชาบาลีและสันสกฤต คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 โดยมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2568
2. รองศาสตราจารย์ ดร.ฉลองเดช คูภานุมาต ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 โดยมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568
จึงขอเจริญพรเชิญชวนท่านผู้อ่านร่วมแสดงความยินดีกับท่านศาสตราจารย์ทั้งสองมา ณ โอกาสนี้
ส่วนวารสารธรรมธารา ฉบับที่ 22 นี้ มีบทความทั้งหมด 7 บทความ ดังนี้
1. บทความวิชาการเรื่อง “P.S.R.S. Model: แนวทางการทำงานและแก้ปัญหาด้านเอกสารโบราณแบบองค์รวม” โดย พระมหาธัญสัณห์ กิตฺติสาโร, ดร. ได้นำ P.S.R.S. Model (Preservation, Study, Research, Sustainability) เป็นแนวทางการทำงานแบบองค์รวม เพื่อแก้ไขปัญหาเอกสารโบราณที่นับวันจะสูญสลายไปอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการใช้ระบบ IT แบบเปิด ที่มีคุณสมบัติรองรับมาตรฐานสากล และการสร้างเครือข่ายความยั่งยืนใน 3 ระดับปฏิบัติการ (ท้องถิ่น ชาติ นานาชาติ) ผู้ที่สนใจการศึกษาเรื่องคัมภีร์ใบลาน และเอกสารโบราณอื่น ๆ ไม่ควรพลาด
2. บทความวิจัยเรื่อง “การพัฒนารูปแบบกิจกรรมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการหกล้มจากการเดินของผู้สูงอายุตามหลักกายคตาสติกัมมัฏฐาน” โดย พระมหาทวี มหาปญฺโญ, ผศ. ดร. และคณะ ได้นำเสนอการพัฒนารูปแบบกิจกรรมตามหลักกายคตาสติกัมมัฏฐาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ ผลการทดสอบยืนยันว่ากิจกรรมช่วยเพิ่มความสามารถในการทรงตัวได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และได้องค์ความรู้ใหม่คือ “6 รู้ ปรับความเสี่ยง...เลี่ยงการล้ม” ซึ่งเน้นการฝึกสติอยู่กับลมหายใจ อิริยาบถย่อย การพิจารณากาย และความรู้ด้านอาหารที่เหมาะกับวัย
3. บทความวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง “รูปแบบการใช้จิตวิทยาเชิงพุทธในการเสริมสร้างสมาธิแก่เด็กปฐมวัย: กรณีศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดป่าประดู่พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง” โดย นางสาวฬฎาญภัค คฤหาสน์ภัค ได้พัฒนา “5AB Model” ซึ่งเป็นรูปแบบ 5 กิจกรรมที่สอดคล้องกับพฤติกรรม 5 กลุ่ม เพื่อเสริมสร้างสมาธิและแก้ไขพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กปฐมวัย ผลการทดลองชี้ว่า กิจกรรมสามารถนำไปสู่พฤติกรรมเชิงบวกได้จริง โดยเฉพาะ “สมาธิสัมผัสรัก” ที่ช่วยลดภาวะซึมเศร้า ความฟุ้งซ่านได้รวดเร็ว
4. บทความแปลเรื่อง “มหาไวปุลย พุทธาวตังสกสูตร สุวรรณสิงห์ปริเฉท: บทแปลพากย์ไทยเชิงปรัชญา และกรอบใหม่ในการเข้าใจอวตังสกะ (3)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ ศศิภานุเดช ได้นำเสนอการแปลและวิเคราะห์เชิงปรัชญาของ “สุวรรณสิงห์ปริเฉท” ในมหาไวปุลย พุทธาวตังสกสูตร เพื่อแสดงวิภาษวิธีขั้นสูงของสำนักอวตังสกะ โดยชี้ให้เห็นว่า “ศูนยตา” ในสรรพสิ่ง คือ “พุทธญาณ” และ “ประกฤติประภัสสรจิต” จิตบริสุทธิ์ที่มีอยู่ในสำนึกของเราตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นฐานของทฤษฎี “ตถาคตครรภ์”
5. บทความวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้หลักธรรมผ่านพุทธลักษณะของพระพุทธรูปยุคทวารวดี” โดย นางปุญย์ธนิตา วากะดวน ได้ศึกษาคุณค่าของหลักธรรมที่ซ่อนอยู่ในพุทธลักษณะของพระพุทธรูปปางต่างๆในยุคทวารวดี และได้สร้างนวัตกรรมดิจิทัลในรูปแบบสารคดี ชื่อ “ประตูเมืองท่า ทวารวดี” เพื่อถ่ายทอดหลักธรรมและคุณค่า (คติธรรม จิตใจ ศิลปวัฒนธรรม สังคม) ที่ซ่อนอยู่ในพระพุทธรูปยุคทวารวดีปางต่าง ๆ และได้รับความพึงพอใจสูงจากผู้ชม
6. บทความวิจัยเรื่อง “การจัดการความรู้ : กระบวนการตัดสินใจตามแนวพระพุทธศาสนา” โดย นายเศรษฐฉัตร ธนาชัยกรพิศุทธ์ และคณะ ได้บูรณาการกระบวนการตัดสินใจตามแนวคิดการจัดการความรู้ (SECI Model) เข้ากับหลักกุศลและไตรสิกขาของพระพุทธศาสนา นําเสนอองค์ความรู้ใหม่คือ “ปัญจสัมมา” หรือ “Pentameric R Model” ซึ่งเป็นกรอบความคิด 5 ประการ เพื่อให้การตัดสินใจมีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
7. บทความวิจัยเรื่อง “การพัฒนาหอจดหมายเหตุแม่ชีไทยออนไลน์เพื่อการจัดการองค์ความรู้และการสร้างคุณค่าทางสังคม” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.แม่ชีกฤษณา รักษาโฉม และคณะ ได้นำเสนอคุณูปการของแม่ชีไทยต่อพระพุทธศาสนา การศึกษาและสังคมไทย ในหลายมิติ พร้อมชี้ปัญหาการขาดระบบจัดเก็บข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน งานวิจัยจึงเสนอการพัฒนาหอจดหมายเหตุแม่ชีไทยออนไลน์ ในฐานะเป็นเครื่องมือจัดการองค์ความรู้ และอนุรักษ์หลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ และยืนยันบทบาทแม่ชีไทยในฐานะทุนทางสังคมที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินตามสมควร
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
1 มกราคม 2569
(ฉบับรวมที่ 21) กรกฎาคม - ธันวาคม
ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (2025)
1. บทความวิจัยเรื่อง “การวิพากษ์แนวคิดของบรอนวิน ฟินนิแกน ในบทความ ‘การเสี่ยงโชคของพระพุทธเจ้าและการเดิมพันของปัสกาล’ ” ของ พระมหาสมคิด เลื่อนแก้ว และคณะ ได้เขียนโต้แย้งเชิงปรัชญา โดยวิพากษ์แนวคิดของฟินนิแกน ซึ่งวิเคราะห์เปรียบเทียบอปัณณกสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้กับทฤษฎี ที่เรียกว่า “การเดิมพันของปัสกาล” ทฤษฎีนี้กล่าวว่า ทุกคนต้องตาย และเมื่อตายแล้วก็จะรู้ว่าโลกหน้ามีจริงไหม พระเป็นเจ้ามีจริงไหม นรกสวรรค์มีจริงไหม ผู้ที่เชื่อว่ามีจริง ก็จะทำตามคำสอน เมื่อตายไป หากสิ่งเหล่านี้มีจริง ก็จะได้ไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์ หากไม่มีจริง ก็แค่เป็นเถ้าถ่าน ไม่เสียหายอะไร การเดิมพันว่าพระเจ้า มีจริง จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนในอปัณณกสูตร ซึ่งกล่าวว่า ผู้ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ เชื่อบุญบาป นรกสวรรค์ จะทำดี ละชั่ว เมื่อมีชีวิตอยู่ ผู้รู้ก็สรรเสริญ ตายไป หากสิ่งเหล่านี้มีจริง เขาก็จะเป็นผู้มีชัย ในโลกทั้งสอง คือ ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ส่วนมิจฉาทิฏฐิ ตอนมีชีวิตอยู่ ก็ทำกรรมชั่วมาก ถูกผู้รู้ติเตียน ตายไป ก็ไปอบาย ผู้ดำเนินชีวิตตามหลักสัมมาทิฏฐิจึงดีกว่า จากนั้นฟินนิแกนได้เสนอแนวคิดโจมตีคำสอนของพระพุทธเจ้าในอปัณณสูตรหลายประการ อาทิ ขัดแย้งกับกาลามสูตร หลักอนัตตาไม่สอดคล้องกับการกลับชาติมาเกิด เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนบทความนี้ ได้โต้แย้งเชิงปรัชญาหักล้างแนวคิดของฟินนิแกน อย่างเป็นเหตุเป็นผล น่าสนใจน่าติดตาม
2. บทความวิจัยเรื่อง “การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการอนุรักษ์และศึกษาเอกสารตัวเขียน (R1, D1)” ของ พระมหาธัญสัณห์ กิตฺติสาโร และคณะ เอกสารตัวเขียน คือ การบันทึกข้อความด้วยการวาด หรือ เขียนด้วยลายมือ ลงเป็นจารึก(เช่น ศิลาจารึก) เอกสารใบลาน หรือ เอกสารสมุดไทย ข้อมูลเหล่านี้ มีเป็นจำนวนมากมายมหาศาล เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของบรรพบุรุษไทย และจำนวนไม่น้อยเริ่มเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ซึ่งน่าเสียดายอย่างยิ่ง ผู้เขียนบทความจึงได้ศึกษาวิจัยว่า ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการอนุรักษ์และศึกษาเอกสารตัวเขียนอย่างไรบ้าง มีจุดด้อย-จุดแข็ง อย่างไร และมีแนวทางการพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไร เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ จัดเก็บ ค้นคว้า และวิจัยเอกสารตัวเขียน อย่างมาก
3. บทความวิจัยเรื่อง “ท่าทีของพระพุทธเจ้าต่อปัญหาทางอภิปรัชญาในพุทธปรัชญาเถรวาท” ของ นางสาวเนาวรัตน์ พันธ์วิไล และคณะ พบว่า ปัญหาทางอภิปรัชญาอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ ซึ่งมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ทิฏฐิสุดโต่ง 2. กลุ่มที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สะท้อนถึงแนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกภายนอก เช่น เรื่องขันธ์ 5 เป็นอนัตตา กฎแห่งกรรม เป็นต้น เพราะเกื้อกูลต่อความเข้าใจความจริงของโลกและชีวิต อันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติธรรมสู่ความหลุดพ้น
4. บทความวิจัยเรื่อง “สังคมและการเมืองในอุดมคติทางพระพุทธศาสนา” ของ รองศาสตราจารย์ ดร.ประยงค์ จันทร์แดง ได้ศึกษาบริบททางสังคมและการเมืองที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท เพื่อหารูปแบบสังคมและการเมืองในอุดมคติ เป็นทางออกของสภาวะตีบตันทางการเมืองของสังคมไทยในปัจจุบัน
5. บทความวิจัยเรื่อง “ทรรศนะเรื่ององค์ฌานในคัมภีร์อภิธรรมโกศภาษยะของวสุพันธุ” ของ นางสาวศุภร บุญญลาภา และคณะ ได้ศึกษาถึงสาเหตุที่วสุพันธุ แจกแจงจำนวนองค์ฌานไว้ในที่ต่างแห่งไม่เท่ากัน ในคัมภีร์อภิธรรมโกศภาษยะ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการศึกษาพระพุทธศาสนาในมุมมองที่กว้างขวาง นอกเหนือไปจากเฉพาะพระพุทธศาสนาเถรวาท
6. บทความวิจัยเรื่อง “พุทธนวัตกรรมการใช้สื่อสร้างสรรค์เพื่อเสริมสร้างพลังจิตอาสาของเยาวชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ของ นางสาวหนึ่งธิดา สาริศรี และคณะ ได้ศึกษาการบูรณาการหลักไตรสิกขา สังคหวัตถุ 4 และโยนิโสมนสิการ ในการปลูกฝังและส่งเสริมคุณลักษณะของจิตอาสา
7. บทความวิชาการเรื่อง “ข้อโต้แย้งต่อคำอธิบายของวิลเลียม เดวิด รอสส์ เกี่ยวกับการใช้อัชฌัตติกญาณในการตัดสินใจทางจริยธรรม” ของ พระมหาพลวัฒน์ เอกอรุณรุ่งฤทธิ์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.วิไลพร สุจริตธรรมกุล ได้วิเคราะห์คำอธิบายของวิลเลียม เดวิด รอสส์ เกี่ยวกับการใช้อัชฌัตติกญาณ ซึ่งหมายถึง การหยั่งรู้ที่เกิดขึ้นภายในตนเองได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการให้เหตุผล การพิสูจน์ หรือ การอนุมานใดๆ เป็นการรู้ภายในที่ลึกไปกว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 และพบว่า การอ้างเหตุผลของรอสส์ มีความบกพร่อง ขัดแย้งในตัวเอง ผู้ที่สนใจการวิเคราะห์ในระดับลึก พึงติดตาม ค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ ไตร่ตรองตามไปด้วย จะได้แง่คิด มุมมองใหม่ ๆ หลายประการทีเดียว
วารสารธรรมธาราฉบับนี้ เดินทางมาถึงฉบับที่ 21 แล้ว ด้วยความรวมใจ การสนับสนุนช่วยเหลือ จากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ทีมงานที่เข้มแข็งอุทิศตน ผู้เขียนบทความที่มีคุณภาพ และท่านผู้อ่านทั้งหลาย ทำให้วารสารธรรมธาราผ่านการประเมินคุณภาพจากศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย, TCI เป็นวารสารวิชาการฐาน 1 ในรอบปี พ.ศ. 2568-2572 และที่น่ายินดีอีกประการหนึ่ง คือ วารสารพุทธพัฒนศาสตร์ศึกษา(Online) ซึ่งเป็นวารสารน้องใหม่ ที่ได้เกื้อกูลกันอย่างใกล้ชิด ก็ได้ผ่านการประเมินคุณภาพวารสารจาก TCI เป็นวารสารวิชาการฐาน 2 ในรอบปี พ.ศ. 2568-2572
ทีมงานทุกรูปทุกคน มุ่งมั่นตั้งใจจะพัฒนายกระดับคุณภาพวารสารให้ดียิ่งขึ้นต่อไป หวังว่าจะได้รับคำแนะนำและความช่วยเหลือส่งเสริมจากทุกท่านอย่างดีเช่นเคย
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
11 กรกฎาคม 2568
(วันเข้าพรรษา)
(ฉบับรวมที่ 20) มกราคม - มิถุนายน
ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 (2025)
วารสารธรรมธารา ฉบับที่ 20 นี้ มีการปรับปรุงพัฒนาหลายประการ ทั้งเปลี่ยนรูปแบบการเผยแพร่เป็นแบบออนไลน์แทนฉบับพิมพ์ และเปลี่ยนรูปแบบปก สัญลักษณ์ อักษรย่อของวารสาร เป็นต้น ตามการแนะนำของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) เพื่อก้าวสู่มาตรฐานวารสารระดับสากล
ในฉบับนี้มีบทความ 5 เรื่อง ดังนี้
1. บทความวิจัยเรื่อง “การศึกษาวิเคราะห์พระพุทธคุณในพระสูตรจากพระไตรปิฎกบาลี” ของ พระมหาอุทัย ปัดถาพิมพ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพรนุช ตันศรีสุข เป็นบทความที่ เนื้อหามีความชัดเจน วิเคราะห์จัดลักษณะพุทธคุณที่ละเอียดลึกซึ้งกว่าที่เคยมีการวิจัยกันมา มีหลักฐานบาลีจากพระไตรปิฎก ให้ความรู้ใหม่ในวงวิชาการ
2. บทความวิจัยเรื่อง “การสังเคราะห์บทความเกี่ยวกับภิกษุณีในฐานข้อมูลวารสารวิชาการไทยออนไลน์ (ThaiJO) ระหว่างปี พ.ศ. 2546-2566” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี สิระโรจนานันท์ และนายอภิรักษ์ นามวิชา พบว่า บทความเรื่องภิกษุณีโดยรวมมีจุดเน้น 2 ประการที่แตกต่างกัน คือ 1. บทความแนวปฏิรูปมุ่งให้สังคมยอมรับการมีอยู่ของภิกษุณีสงฆ์ 2. บทความแนวอนุรักษ์ คิดต่างไม่ยอมรับภิกษุณีเถรวาทในไทย เพราะถือว่าการสืบสายภิกษุณีเถรวาทได้ขาดตอนไปแล้ว เรื่องภิกษุณียังเป็นประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติและยากจะได้รับการยอมรับจากมหาเถรสมาคมในระยะเวลาอันใกล้นี้
3. บทความวิจัยเรื่อง “การสังเคราะห์แนวคิดความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะความสุขสงบภายในและความสงบสุขในสังคมเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน” ของ ดร.สุชาดา ทองมาลัย ศึกษาว่า จิตใจของมนุษย์ซึ่งประกอบด้วยธรรม 3 ฝ่าย คือ กุศลธรรม อกุศลธรรม (โลภะ โทสะ โมหะ) และอัพยากตธรรม การปฏิบัติตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ทาน ศีล ภาวนา จะทำให้กุศลธรรมเจริญ และนำไปสู่ความสงบภายในสังคม ทำให้มีสันติภาพที่ยั่งยืนได้อย่างไร
4. บทความวิจัยเรื่อง “โปรแกรมพุทธจิตวิทยาการเรียนรู้ด้วยจิตภายในเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของเด็กปฐมวัย” ของ ดร.อันธิกา ภูวภิรมย์ขวัญ ได้นำแนวคิดของพระพุทธศาสนาและนักวิชาการตะวันตก มาผสานกันสร้างโปรแกรมพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเองของเด็กปฐมวัย โดยจัดกิจกรรมจำนวน 30 กิจกรรม แล้วทดสอบใช้กับนักเรียนอนุบาลจำนวน 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 15 คน กลุ่มควบคุม 15 คน พบว่า โปรแกรมช่วยเพิ่มพูนการเรียนรู้ด้วยตนเองของเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่สนใจการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
5. บทความเรื่อง “มหาไวปุลย พุทธาวตังสกสูตร สุวรรณสิงห์ปริเฉท: บทแปลพากย์ไทยเชิงปรัชญา และกรอบใหม่ในการเข้าใจอวตังสกะ (2)” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ ศศิภานุเดช เป็นตอนต่อจากการแปลภาคแรก บทความอาจอ่านเข้าใจยากอยู่บ้างสำหรับผู้ไม่คุ้นเคย แต่หากตั้งใจอ่านก็จะทำให้เห็นการอธิบายสภาวธรรม เช่น ปฏิจจสมุปบาท ในมุมมองของอวตังสกะ
หวังว่าทางผู้อ่านจะได้ความรู้และความเพลิดเพลินตามสมควร
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
12 กุมภาพันธ์ 2568
วันมาฆบูชา
(ฉบับรวมที่ 19) กรกฎาคม - ธันวาคม
ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 (2024)
1. บทความวิจัยเรื่อง “อิทธิพลอักษรขอมไทยและอักษรไทย ในเอกสารใบลานวัดหนองหลัก จังหวัดอุบลราชธานี” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. บุญชู ภูศรี และคณะ ได้ศึกษาเอกสารใบลานวัดหนองหลัก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีทั้งที่จารด้วยอักษรธรรมและอักษรขอมไทยในส่วนบันทึกท้ายคัมภีร์ พบว่า
ได้รับอิทธิพลจากอักษรขอมไทยและอักษรไทยอย่างชัดเจน เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของสภาวะแวดล้อมทางการเมือง การปกครอง ชุมชน ที่มีผลต่อการจารจารึกคัมภีร์
2. บทความวิจัยเรื่อง “จาตุรงคสันนิบาต: วิเคราะห์เหตุการณ์จาตุรงค-สันนิบาตในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิไลพร สุจริตธรรมกุล และคณะ ได้ศึกษาเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตในวันมาฆบูชา จากเนื้อหาในคัมภีร์อรรถกถามัชฌิมนิกาย ทีฆนขสูตร กับคัมภีร์อรรถกถาทีฆนิกาย มหาปทานสูตร เปรียบเทียบกับเนื้อหาของคัมภีร์ชั้นพระไตรปิฎก ทีฆนิกาย มหาปทานสูตร พบว่า มีความสอดคล้องกัน ยืนยันการเกิดขึ้นจริงของเหตุการณ์นี้ในยุคต้นพุทธกาล
3. บทความวิจัย เรื่อง “การสืบทอดพระไตรปิฎกใบลานอักษรธรรม คัมภีร์พระวินัยปิฎก ปาราชิกกัณฑ์” ของ ดร. สุชาดา ศรีเศรษฐวรกุล ได้นำคัมภีร์ใบลานอักษรธรรม พระวินัยปิฎก ปาราชิกกัณฑ์ จำนวน 29 ชุด มาศึกษาเปรียบเทียบข้อความขึ้นต้นของเนื้อหาแต่ละบท ข้อความขึ้นต้นและลงท้ายของคัมภีร์ใบลานแต่ละชุด รวมถึงข้อมูลจากบันทึกท้ายคัมภีร์ใบลาน พบว่า สามารถจัดแบ่งกลุ่มคัมภีร์ใบลานเหล่านี้ออกเป็น 5 กลุ่มย่อย ซึ่งแต่ละกลุ่มย่อยมีเอกลักษณ์เฉพาะตน ทำให้เห็นร่องรอยการสืบทอดจารคัดลอกคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมในอาณาจักรล้านนาและล้านช้างได้ชัดเจนขึ้น
4. บทความวิจัย เรื่อง “เสียง: เครื่องมือสู่สติและสมาธิ” ของ นางสาวศุภร บุญญลาภา ได้ศึกษาพบว่า เสียงสามารถเป็นเครื่องมือนำไปสู่สติและสมาธิได้ ดังที่สายปฏิบัติต่าง ๆ ก็มักมีคำบริกรรมภาวนาโดยใช้คำต่าง ๆ กัน ถือเป็นการวิจัยที่น่าสนใจอันหนึ่ง
5. บทความ เรื่อง “มหาไวปุลย พุทธาวตังสกสูตร สุวรรณสิงห์ปริเฉท: บทแปลพากย์ไทยเชิงปรัชญา และกรอบใหม่ในการเข้าใจอวตังสกะ” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ ศศิภานุเดช ได้แปลคัมภีร์ดังกล่าวจากพากย์จีนเป็นไทย พร้อมวิเคราะห์แนวคิดของอวตังสกะ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่อง “ศูนยตา” ทำให้เข้าใจแนวคิดทางปรัชญาของอวตังสกะ ซึ่งเป็นนิกายสำคัญนิกายหนึ่งของมหายานได้ดีขึ้น
ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากผู้คนจำนวนไม่น้อยว่า เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน ในการที่จะเป็นได้จริงดังคำยกย่องดังกล่าว มีความจำเป็นต้องยกระดับการศึกษาวิจัยทางพุทธศาสตร์ของไทยให้สูงขึ้นสู่มาตรฐานวิชาการระดับโลก ทั้งในการวิจัยพระพุทธศาสนาเถรวาท ตลอดจนถึงแนวคิดของพุทธนิกายอื่น ๆ ด้วย ซึ่งวารสารธรรมธาราตั้งใจทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง สนับสนุนการเผยแพร่การศึกษาวิจัยทางพุทธศาสตร์ที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่ หวังว่า จะได้รับการสนับสนุน คำแนะนำที่ดีจากท่านผู้อ่านและท่านผู้รู้ทั้งหลายเช่นเคย
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
20 กรกฎาคม 2567
วันอาสาฬหบูชา
(ฉบับรวมที่ 18) มกราคม - มิถุนายน
ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 (2024)
บทความวิจัยเรื่อง “พระมหากัจจายนะในเอกสารฉบับต่าง ๆ (3): การเทศน์สอนช่วงแรกและบทบาทต่อเนื้อหาในคัมภีร์พระพุทธศาสนา” ของ ดร. ชาคริต แหลมม่วง นี้เป็นตอนที่ 3 แล้ว นอกเหนือจากองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ เป็นตัวอย่างการวิจัยเชิงคัมภีร์ที่มีการศึกษาเปรียบเทียบเนื้อหาของคัมภีร์ในนิกายต่างๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่งผู้วิจัยต้องมีความรู้ในภาษาจารีตคัมภีร์ทั้งภาษาบาลี สันสกฤต จีน ทิเบต เป็นอย่างดี และมีการอ้างอิงบทวิจัยของนักวิชาการชั้นนำของโลกจำนวนมาก เป็นตัวอย่างที่ดีของบทความวิจัยที่ได้มาตรฐานสากล ผู้สนใจการศึกษาวิจัยเชิงคัมภีร์ไม่ควรพลาด
บทความวิจัยเรื่อง “วิเคราะห์แนวคิดในประเด็น พระพุทธศาสนามหายานมีต้นกำเนิดมาจากนิกายมหาสังฆิกะ” ของ พระมหาธัญสัณห์ กิตฺติสาโร ให้ความกระจ่างว่า ความเชื่อว่ามหายานมีต้นกำเนิดมาจากนิกายมหาสังฆิกะเพราะต่างเป็นอาจริยวาทและไม่เคร่งครัดพระวินัยเหมือนกัน เป็นความเข้าใจผิด โดยได้แสดงหลักฐานและเหตุผลสนับสนุนจำนวนมาก
ชาวไทยจำนวนมากห้อยพระเครื่อง จำนวนไม่น้อยเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์อำนาจพุทธคุณ พระเครื่องที่มีชื่อเสียงบางองค์มีมูลค่านับสิบล้านบาท กิตติศัพท์ความขลังของพระเครื่องไทยเลื่องลือไปถึงต่างประเทศ ชาวสิงคโปร์ ชาวมาเลย์ ชาวจีน จำนวนไม่น้อยก็มีศรัทธามาหาเช่าซื้อในประเทศไทย บทความเรื่อง “พัฒนาการกำเนิดพระเครื่องในประเทศไทย: วิเคราะห์จุดเปลี่ยนแนวคิดและความเชื่อการสร้างพระเครื่องในสมัยกรุงศรีอยุธยา” ของ นางสาวศุภสิณี รัตตะคุ และดร. ภัทธิดา แรงทน ได้ให้องค์ความรู้ถึงพัฒนาการของการสร้างพระเครื่องอย่างน่าสนใจ ผู้อ่านจะได้ทั้งความเพลิดเพลิน และประเทืองปัญญา
‘ขยะ’ เป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยและทั่วโลก การกำจัดขยะอย่างถูกวิธีมีส่วนช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่นั้น ๆ เป็นอย่างมาก บทความวิจัย เรื่อง “แนวทางจัดการเรียนรู้และปฏิบัติเพื่อกำจัดขยะให้เป็นศูนย์ตามหลักพุทธบริหาร สำหรับวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ของ พระมหาอภิเชษฐ มุทุจิตฺโต และดร. อรทัย มูลคำ ได้ศึกษาเรื่องการกำจัดขยะของวัดโดยใช้หลักคิดของพุทธ เป็นประโยชน์ในการประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ส่งผลให้จำนวนพระภิกษุสามเณรในช่วงปี พ.ศ. 2555-2565 ลดลงถึง 66,953 รูป คือ จาก 355,295 รูป เหลือเพียง 288,342 รูป ซึ่งหากแนวโน้มเป็นเช่นนี้ต่อไปจะส่งผลต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในอนาคตอย่างมาก บทความวิจัยเรื่อง “การกระจายตัวและการเปลี่ยนแปลงของจำนวนวัดและบุคลากรทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศุภฤกษ์ โออินทร์ และคณะ ได้ให้ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์และสถิติเชิงพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและหาแนวทางแก้ไขเรื่องจำนวนบุคลากรทางพระพุทธศาสนา
บทความวิจัยเรื่อง “การพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ของชุมชนต้นแบบในสังคมไทย” ของ พระครูพิลาสธรรมากร (ณัฐพล ประชุณหะ “จนฺทิโก”), ผู้ช่วยศาสตราจารย์,ดร. และคณะ ได้ศึกษาการใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ในยุค 4.0
ปัจจุบัน สังคมไทยและสังคมโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในอัตราเร่งจากนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลกระทบทั่วทุกด้านทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษาและนำภูมิปัญญาในพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นแก่น เป็น soft power ที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย มาเป็นประโยชน์ในการสร้างความมั่นคงและเจริญก้าวหน้าแก่สังคมไทยและพระพุทธศาสนาจึงมีความสำคัญมาก ขอท่านผู้อ่านได้มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญาให้เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมืองของเรา
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
19 มกราคม 2567
(ฉบับรวมที่ 17) กรกฎาคม - ธันวาคม
ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (2023)
พระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร) เป็นพระมหาเถระรูปหนึ่งที่มีผลงานวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาที่โดดเด่นมากในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหนังสือภูมิวิลาสินี, วิมุตติรัตนมาลี และกรรมทีปนี ที่ท่านประพันธ์ขึ้น มีเนื้อหาที่น่าสนใจมากและมีสำนวนที่ไพเราะสละสลวยจนได้รับรางวัลชนะเลิศวรรณกรรมสาขาศาสนาจากธนาคารกรุงเทพ ตัวบรรณาธิการก็ได้ใช้หนังสือเหล่านี้เป็นข้อมูลในการศึกษาและแสดงพระธรรมเทศนาตั้งแต่อุปสมบทได้พรรษาแรกเมื่อ 38 ปีก่อน น่าเสียดายที่ปัจจุบันบทประพันธ์ของท่านซึ่งถือเป็นวรรณกรรมเพชรน้ำเอกในพระพุทธศาสนาไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก อาจเป็นเพราะผู้คนในยุคปัจจุบันมีช่องทางที่สื่อและข้อมูลต่าง ๆ ถาโถมเข้าหาตัวมากมาย
บทความวิจัยเรื่อง “งานนิพนธ์พระพุทธศาสนาของพระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร)” ของพระมหาอนุกูล เงางาม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพรนุช ตันศรีสุข ได้ทำการศึกษางานนิพนธ์ของพระพรหมโมลีโดยภาพรวม เสมือนหนึ่งเป็นการปัดฝุ่นออกจากเพชรน้ำเอกนี้ หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้ผู้คนหันมาสนใจผลงานของท่านกันอีกครั้ง
บทความวิจัยเรื่อง “คัมภีร์ใบลานยุคพระเจ้ากาวิละ: กรณีศึกษาจากบันทึกท้ายคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมล้านนา สำรวจพบ ณ วัดดวงดี อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่” ของพระอัมรินทร์ สนฺติธมฺโม และคณะ ได้ศึกษาบันทึกท้ายคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมล้านนาที่สร้างขึ้นในยุคของพระเจ้ากาวิละ (พ.ศ. 2317-2358) จำนวน 8 ฉบับ ทั้งช่วงเวลาของการจารใบลาน สถานที่จาร ชื่อผู้ที่มีส่วนร่วมในการจาร รวมถึงข้อความปรารภของผู้จาร ที่แสดงถึงแรงบันดาลใจ ทำให้เราทราบถึงกระบวนการในการจารคัมภีร์ใบลาน สภาพสังคมเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น และทำให้เข้าใจภาพรวมของกระบวนการสืบทอดคำสอนในพระพุทธศาสนาด้วยการจารใบลานได้ดีขึ้น
นิตยสารธรรมจักษุเป็นนิตยสารทางพระพุทธศาสนาเล่มแรกของประเทศไทย ก่อตั้งโดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บทความวิจัยเรื่อง “นิตยสารธรรมจักษุ (พ.ศ. 2437-2454): ความเป็นมาและสารัตถะ” ของ พระมหาสราวุธ โพธิ์ศรีขาม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัชพล ศิริสวัสดิ์ ทำให้เรารู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการจัดทำนิตยสารฉบับนี้ สาระสำคัญของเนื้อหาของนิตยสารและกลวิธีในการเสนอพุทธธรรม อันสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ความเข้าใจต่อพุทธธรรม และวิธีการเผยแผ่พุทธธรรมซึ่งต้องปรับตัวในกระแสความก้าวหน้าทางวิทยาการจากตะวันตก ที่หลั่งไหลมาสู่ประเทศในขณะนั้น
บทความวิจัยเรื่อง “การศึกษาวิเคราะห์ความกตัญญูกตเวทีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย: การวิจัยเชิงคุณภาพแบบสร้างทฤษฎีจากข้อมูล” ของ เจนจิรา แวงวรรณ และคณะ ทำให้เข้าใจถึงเงื่อนไขในการสร้างความกตัญญูกตเวทีให้เกิดขึ้นกับเยาวชนได้ดีขึ้น ว่าต้องประกอบด้วยเงื่อนไขทั้งภายนอกและเงื่อนไขภายใน อาทิ การตระหนักรู้คุณค่าของสิ่งที่ได้รับ การตระหนักรู้ในความห่วงใยเอาใจใส่ การตระหนักรู้ในความตั้งใจช่วยเหลือของผู้มีบุญคุณ และการตระหนักรู้ในความเสียสละของผู้มีบุญคุณ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ที่คิดเสริมสร้างคุณธรรมความกตัญญูแก่เยาวชนในยุคปัจจุบัน
ปัจจุบัน มลภาวะไมโครพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่อยู่ในขั้นวิกฤต เพราะในน้ำดื่มเกือบทุกประเภทที่คนทั้งโลกบริโภคล้วนปนเปื้อนด้วยไมโครพลาสติก ซึ่งจะก่อปัญหาด้านสุขภาพระยะยาว บทความวิชาการเรื่อง “สมาธิร่วมสมัยกับสิ่งแวดล้อม: การแก้ปัญหามลภาวะไมโคร พลาสติกอย่างยั่งยืน” ของ พรพรหม ทิพยมนตรี และคณะ แสดงให้เห็นว่าการทำสมาธิมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนได้อย่างไร เป็นการนำหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนาไปใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาจริงในโลก
บทความวิจัยเรื่อง “การใช้วงจรคุณภาพในการบริหารงานที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในเครือสารสาสน์” ของ ชุติพนธ์ ตู้ธนบัตร และดร.นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ ได้ศึกษาการใช้วงจรคุณภาพ PDCA ในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ รวมถึงการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมกับวงจรคุณภาพ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพแบบการวิจัยภาคสนาม ทำให้เข้าใจกระบวนการบริหารและพัฒนางานวิชาการให้แระสบความสำเร็จ อันเป็นพื้นฐานสำคัญให้โรงเรียนในเครือสารสาสน์สามารถขยายเครือข่ายไปถึง 49 โรงเรียนในท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนนักเรียนของโรงเรียนทั่วประเทศ
หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะได้ความรู้ แง่คิด และความเพลิดเพลินในการอ่านเช่นเคย
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
2 สิงหาคม 2566
วันเข้าพรรษา
(ฉบับรวมที่ 16) มกราคม - มิถุนายน
ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 (2023)
ในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ มีบทความที่น่าสนใจดังนี้
บทความแปลภาษาต่างประเทศ เรื่อง “จารึกภาษาอินโด-อารยันยุคกลาง: ภาพรวมและการศึกษาวิจัยที่ผ่านมา” ของ คุณอรุโณทัย อ่อนพุ่ม และดร. ชาคริต แหลมม่วง ได้แปลถอดใจความจากตอนหนึ่งของหนังสือภาษาเยอรมันเล่มหนึ่งของ Oskar von Hinüber ปราชญ์ด้านภารตวิทยาที่ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการทั่วโลก ซึ่งได้รวบรวมศึกษาจารึกภาษาอินโด-อารยันยุคกลางอย่างกว้างขวางทั้งจารึกในแผ่นศิลา เสาหิน แผ่นทองแดง เปลือกไม้ แผ่นไม้ เหรียญ ตราประทับ และแนะนำชื่อเอกสารที่ผู้สนใจสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้แทรกอยู่ตลอดเล่ม เป็นตัวอย่างการศึกษาจารึกโบราณที่มีมาตรฐานสูง เป็นการขยายมุมมองการวิจัย ซึ่งในประเทศไทยที่ผ่านมามักศึกษาเพียงจารึกของพระเจ้าอโศกเป็นหลัก นอกจากนี้ผู้แปลยังได้ประมวลสรุปเนื้อหาและให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์หลายประการ ถือเป็นตัวอย่างงานแปลทางวิชาการที่ดี ทำให้นักวิชาการด้านนี้ที่ไม่รู้ภาษาเยอรมันสามารถเข้าถึงเนื้อหาและรูปแบบงานวิจัยระดับ masterpiece ได้
บทความวิจัย เรื่อง “การศึกษาวิเคราะห์บันทึกท้ายคัมภีร์ใบลานอักษรธรรม วัดมหาธาตุ จังหวัดยโสธร” ของ พระมหานันทวัฒน์ ธมฺมนนฺโท และดร. ภัทธิดา แรงทน ได้ศึกษาบันทึกท้ายคัมภีร์ใบลานอักษรธรรม จำนวนถึง 93 ฉบับ โดยศึกษาในประเด็นผู้สร้างคัมภีร์ ความปรารถนาของผู้สร้าง สถานที่สร้าง เป็นต้น ทำให้เห็นแนวโน้มโดยภาพรวมของการสร้างคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมอีสาน
บทความวิจัย เรื่อง “พระกาศยปะ-มาตังคะ: คำแปลและอรรถาธิบายชีวประวัติในคัมภีร์เกาเซิงจ้วน” ของ ดร. เมธี พิทักษ์ธีระธรรมและคณะ ได้แปลชีวประวัติของพระกาศยปะ-มาตังคะ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นพระภิกษุชาวอินเดียรูปแรกที่เดินทางสู่ประเทศจีน ผู้วิจัยไม่เพียงแปลเท่านั้นแต่ยังได้วิเคราะห์การใช้คำในต้นฉบับภาษาจีนอย่างละเอียด มีการอ้างอิงเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้อ่านได้ความรู้ถึงแนวทางการศึกษาวิเคราะห์คัมภีร์โบราณในพากย์จีนได้อย่างดี ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในแวดวงการศึกษาพุทธศาสนาแบบวิชาการของไทย
บทความวิจัย เรื่อง “การบูรณาการพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างคุณค่าตามคติสุวรรณภูมิ กรณีวัดพระปฐมเจดีย์” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมบูรณ์ วัฒนะและคณะ ได้ศึกษาวิจัยพระปฐมเจดีย์จากจุดเริ่มต้นในประวัติศาสตร์มาจนถึงบทบาทของวัดพระปฐมเจดีย์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อชุมชน ทั้งระดับจังหวัดและระดับภาค ทั้งด้านการปกครองคณะสงฆ์ การศึกษา และความสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบ
บทความวิชาการ เรื่อง “ใบลานเรื่อง “สมันตกูฏวัณณนา” ฉบับรดน้ำแดง รัชกาลที่ 2: การศึกษาต้นฉบับ และทบทวนกับฉบับพิมพ์ของสมาคมบาลีปกรณ์ (Pāli Text Society)” ของ พระมหากวีศักดิ์ วาปีกุลเศรษฐ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัชพล ศิริสวัสดิ์ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของต้นฉบับคัมภีร์ใบลานที่จะช่วยสันนิษฐานคำที่น่าจะถูกต้องให้แก่ฉบับพิมพ์ได้ในบางกรณี ดังนั้นแม้จะมีคัมภีร์พระพุทธศาสนาพิมพ์เผยแพร่แล้วจำนวนมาก แต่การศึกษาคัมภีร์ใบลานก็ยังคงมีความจำเป็น
จะเห็นได้ว่า บทความส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปในด้านการศึกษาวิจัยเชิงคัมภีร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่วงวิชาการพุทธศาสตร์ในประเทศไทยยังขาดแคลนอยู่มาก ซึ่งเราหวังว่า จะเป็นกำลังหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานทางวิชาการด้านนี้ของประเทศไทย
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
(สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
1 มกราคม 2566
วันขึ้นปีใหม่
(ฉบับรวมที่ 15) กรกฎาคม - ธันวาคม
ปีที่ 8 ฉบับที่ 2 (2022)
ในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ ท่านผู้อ่านจะได้พบกับบทความต่างๆ ดังนี้
บทความวิจัยเรื่อง “การกำเนิดและพัฒนาการของคัมภีร์พระไตรปิฎก” ของ นายสุทัศน์ อร่ามรัตน์ และรองศาสตราจารย์ ดร.ประเวศ อินทองปาน ทำให้ได้ความรู้เรื่องกำเนิดพระไตรปิฎก ความเป็นไปได้ของคัมภีร์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่คราวสังคายนาครั้งที่ 1 และคัมภีร์ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง เป็นบทความที่อ่านได้เพลิดเพลินและได้ความรู้ที่น่าสนใจมาก
บทความวิชาการ เรื่อง “จาตุรงคสันนิบาต (1): ที่มาของพุทธประเพณีมาฆบูชาในสังคมไทย” ของ นายพงษ์ศิริ ยอดสา และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิไลพร สุจริตธรรมกุล ได้วิเคราะห์ถึงประเพณีวันมาฆบูชา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ทรงริเริ่มขึ้น จนแพร่หลายไปทั้งประเทศ เป็นเอกลักษณ์ของชาวพุทธในไทย ซึ่งไม่มีในประเทศอื่น ว่ามีที่มาอ้างอิงได้จากอรรถกถามัชฌิมนิกาย ทีฆนขสูตร และอรรถกถาทีฆนิกาย มหาปทานสูตร ซึ่งเนื้อหาหลักสอดคล้องกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดบ้าง
บทความวิจัยเรื่อง “จารึกรอยพุทธบาทจากอานธรประเทศ: หลักฐานพุทธศาสนานิกายวิภัชชวาท” ของ ดร.อุเทน วงศ์สถิตย์ ได้ศึกษารอยพุทธบาทจากอานธรประเทศ ของประเทศอินเดียอย่างละเอียดทั้งในด้านลักษณะตัวอักษร ภาษา วัสดุที่ใช้ในการจัดสร้าง สถานที่พบ เนื้อหาข้อความจารึก และได้พบว่า จารึกรอยพุทธบาทนี้แสดงถึงหลักฐานของพุทธศาสนานิกายวิภัชชวาท ที่ต่อมาพัฒนาเป็นเถรวาท และแสดงถึงความสัมพันธ์กับสำนักมหาวิหารของประเทศศรีลังกา และมีความเชื่อมโยงกับรอยพุทธบาทคู่และลวดลายศิลปะอมราวดี ที่อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี
บทความวิชาการเรื่อง “ปราสาทนกหัสดีลิงค์: รูปสัญญะแห่งความหมายและแหล่งที่มาจากคัมภีร์และวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา” ของ ดร.สุรชัย พุดชู ได้ศึกษาความเป็นมาและอิทธิพลของปราสาทนกหัสดีลิงค์ ซึ่งเป็นนกขนาดใหญ่ มีกำลังเท่ากับช้าง 5 เชือก มีชื่อปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาหลายแห่ง บางคราวคาบคนไปแต่ไม่มีเจตนาทำร้าย ต่อมามีการพัฒนาการกลายเป็นจิตรกรรมและประติมากรรม การสร้างเป็นเมรุปราสาท เป็นสัญลักษณ์การอัญเชิญผู้ตายไปสู่สุคติภูมิ
บทความวิจัยเรื่อง “การเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนบ้านกัลยาณมิตรด้วยหลักพุทธธรรม” ของนางสาวอรุณี สุเจตนันท์ ได้ศึกษาวิจัยโครงการบ้านกัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกาย ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2542 และขยายตัวไปอย่างรวดเร็วนับแสนครัวเรือน ว่าใช้องค์ความรู้หลักธรรมใดจากพระไตรปิฎก และพบว่า โครงการฯได้สร้างชุมชนบ้านกัลยาณมิตรที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืนใน 3 ด้าน คือ ด้านวัฒนธรรม ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ คือ ผู้นำที่เข้มแข็งเป็นที่ยอมรับของชุมชน
หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ความรู้ แง่คิด และความเพลิดเพลินเช่นเคย
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
14 กรกฎาคม 2565
วันเข้าพรรษา
(ฉบับรวมที่ 14) มกราคม - มิถุนายน
ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (2022)
ในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ มีบทความที่น่าสนใจ ดังนี้
บทวิจัยเรื่อง “การศึกษาการสืบสายคัมภีร์ใบลานจากศัพท์ต่างที่ปรากฏ: กรณีศึกษาคัมภีร์ทีฆนิกายฉบับใบลานอักษรขอม” ของ ดร. บรรเจิด ชวลิตเรืองฤทธิ์ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนของประโยชน์จากการตรวจชำระเนื้อหาในพระไตรปิฎก โดยใช้ข้อมูลจากคัมภีร์ใบลานบาลีสายจารีตต่างๆ ทั้งสายอักษรขอม สิงหล พม่า ธรรม และมอญ จำนวนมาก ซึ่งช่วยให้สามารถสาวย้อนกลับไปหาคำอ่านดั้งเดิมได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดยได้ศึกษาและยกตัวอย่างคำต่างที่ปรากฏในคัมภีร์ใบลานบาลีทีฆนิกายสายจารีตต่างๆ มาวิเคราะห์ และให้เหตุผลที่นำไปสู่บทสรุปคำอ่านดั้งเดิมที่ถูกต้องไว้อย่างชัดเจน น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะผู้ที่เห็นความสำคัญของการรักษาคำสอนดั้งเดิมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ถูกต้องบริสุทธิ์บริบูรณ์
บทวิจัย เรื่อง “พระมหากัจจายนะในเอกสารฉบับต่างๆ (2): ภารกิจมอบหมายจากพระเจ้าจันฑปัชโชตและพระพุทธเจ้า” ของ ดร. ชาคริต แหลมม่วง เป็นบทวิจัยต่อเนื่องเรื่องพระมหากัจจายนะ โดยอาศัยข้อมูลจากคัมภีร์บาลีของเถรวาทและคัมภีร์ของนิกายมูลสรวาสติวาท ซึ่งข้อมูลในคัมภีร์บาลีเมื่อมีประเด็นที่ต้องการการวินิจฉัยที่ละเอียดถูกต้อง ยังได้ศึกษาลงลึกไปถึงคัมภีร์ใบลานบาลีของสายจารีตต่างๆ ทั้งสายอักษรขอม อักษรสิงหล อักษรพม่า และอักษรธรรม รวม 11 ฉบับ มาเทียบเคียง และในประเด็นที่ข้อมูลในคัมภีร์เถรวาทกับมูลสรวาสติวาทไม่ตรงกัน ก็ได้ศึกษาละเอียดลงไปโดยอาศัยข้อมูลจากคัมภีร์อรรถกถาบาลี และคัมภีร์ของนิกายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในภาษาจีนมาเทียบเคียงด้วย ทำให้ได้ความกระจ่างในเรื่องราวของพระมหากัจจายนะและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแคว้นอวันตีอย่างชัดเจน
การศึกษาวิจัยพระพุทธศาสนาในเชิงลึก โดยอ้างอิงข้อมูลคัมภีร์ใบลานบาลีจากสายจารีตต่างๆ เทียบเคียงกับคัมภีร์คู่ขนานและคัมภีร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในพากษ์ภาษาต่างๆ อย่างละเอียดลึกซึ้งเช่นนี้ ในประเทศไทยยังมีผู้ทำน้อยมาก เพราะต้องอาศัยความรู้ด้านภาษาคัมภีร์ทั้งบาลี สันสกฤต จีน ทิเบต รวมทั้งทักษะการวิจัยขั้นสูง แต่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจเนื้อหาในพระไตรปิฎกได้อย่างถูกต้องลึกซึ้ง และเป็นการยกระดับการวิจัยพระพุทธศาสนาในประเทศไทยสู่ระดับสากล
บทความวิชาการเรื่อง “อาบัติลักทรัพย์ในทุติยปาราชิก: การตีความแบบหนึ่ง” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมพรนุช ตันศรีสุข ได้นำเสนอความเห็นว่า การพิจารณาอาบัติทุติยปาราชิกจากมูลค่าของทรัพย์ที่ลักขโมยนั้น ควรยึดถือตามระดับของทรัพย์ที่เป็นความผิดทางอาญาในสังคมนั้นๆ เพื่อรักษาเจตนารมณ์ของสิกขาบท
บทความวิชาการเรื่อง “คัมภีร์สมันตกูฏวัณณนา: วิเคราะห์ประเด็นเกี่ยวกับคติความเชื่อของศรีลังกา” ของ พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ.ดร. และพระมหาถนอม อานนฺโท, ดร. ได้ศึกษาคัมภีร์นี้โดยวิเคราะห์เชิงลึกถึงบริบททางสังคมของศรีลังกาในขณะแต่งคัมภีร์ ซึ่งทำให้เห็นถึงวัตถุประสงค์แท้จริงของการแต่งคัมภีร์นี้ว่า เพื่อยกย่องรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาสมันตกูฏ และสรรเสริญเทพสุมนะในฐานะผู้อารักขารอยพระพุทธบาทเพื่อป้องกันอิทธิพลของความเชื่อฮินดูและการนับถือเทพอุบลวัณ (เทพวิษณุ) ไม่ให้แทรกซึมเข้ามาในพระพุทธศาสนา
บทความวิชาการเรื่อง “ความหลากหลายด้านสถาปัตยกรรมในยุคสุโขทัย: เจดีย์ทรงระฆังและทรงพุ่มข้าวบิณฑ์” ของ พระมหาสราวุธ ญาณโสภโณ และพระจาตุรงค์ อาจารสุโภ, ดร. ได้ศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมเจดีย์ในยุคสุโขทัยทั้งทรงระฆังคว่ำและทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ พบว่า ได้รับอิทธิพลจากรูปแบบเจดีย์ทั้งของลังกา ทวารวดี พม่า ล้านนา โดยมีภาพประกอบด้วย ทำให้ผู้อ่านได้ความรู้เรื่องพัฒนาการของรูปแบบเจดีย์ได้อย่างดี
หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ความรู้ แง่คิดและความเพลิดเพลินตามสมควร
พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
1 มกราคม 2565
วันขึ้นปีใหม่