บทความย้อนหลัง

  • (ฉบับรวมที่ 11) กรกฏาคม - ธันวาคม
    ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 (2020)

         วารสารธรรมธาราฉบับนี้เนื้อหามีความหลากหลาย บทความเรื่อง “เอรกปัตตนาคราช (1): ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างฉบับบาลีและคัมภีร์อื่นๆ” ของ ชาคริต แหลมม่วง ได้ศึกษาเปรียบเทียบเนื้อหาในเรื่องนี้ของคัมภีร์คู่ขนาน (parallel texts) จากหลายนิกาย ทั้งคัมภีร์บาลี สันสกฤต จีน ทิเบต เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ที่ทำให้เห็นถึงประโยชน์จากการศึกษาเปรียบเทียบคัมภีร์คู่ขนานว่าจะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องได้ดียิ่งขึ้น แต่ผู้ศึกษาต้องมีความเชี่ยวชาญในภาษาคัมภีร์ทั้งบาลี สันสกฤต จีน ทิเบต
         บทความเรื่อง “การตั้งครรภ์บริสุทธิ์ (ตั้งครรภ์แบบไม่อาศัยเพศ) ในพระพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์” โดย ดร.พญ. เสริมสุข วิจารณ์สถิตย์ซึ่งเชี่ยวชาญทั้งด้านการแพทย์สมัยใหม่และด้านพระพุทธศาสนา ทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่จะเกิดการตั้งครรภ์บริสุทธิ์ดังที่มีการกล่าวไว้ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา
         “แบบจำลองแนวคิดของการพัฒนาเชิงทวิมิติเพื่อการเข้าถึงความสุขด้วยกระบวนการการตอบสนองทางชีวภาพ (ไบโอฟีดแบค)” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สานุ มหัทธนาดุลย์ และคณะ ได้นำเสนอแนวทางการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มาช่วยในการให้ข้อมูลแบบย้อนกลับ (feedback) อย่างรวดเร็วแม่นยำแก่ผู้ปฏิบัติธรรม ซึ่งจะมีส่วนช่วยพัฒนาความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม
         บทความแปลเรื่อง พระพุทธศาสนามหายาน: เหตุใดคำสอนของพระพุทธเจ้าจึงมีความหลากหลาย (2)” ผลงานการเขียนของศาสตราจารย์ ดร. ซาซากิ ชิซุกะ ผู้เชี่ยวชาญพระพุทธศาสนาเถรวาทจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย, ดร. ได้ถอดความเป็นภาษาไทย ตอนนี้เป็นตอนที่ 2 ต่อจากตอนแรกในวารสารธรรมธารา ฉบับรวมที่ 10 การปรับเปลี่ยนนิยามของคำว่า “สังฆเภท” ทำให้พระพุทธศาสนายอมรับแนวคิดที่หลากหลาย ตราบใดที่คณะสงฆ์ยังคงทำสังฆกรรมร่วมกัน
         บทความเรื่อง “นรกภูมิในไตรภูมิ-พระมาลัย: ความสัมพันธ์กับคัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนา” ของ ภัครพล แสงเงิน และ ดร. อุเทน วงศ์สถิตย์ ไตรภูมิเป็นแนวคิดสำคัญที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทยอย่างมากมาแต่โบราณกาล บทความนี้ได้ศึกษาความสัมพันธ์ด้านเนื้อหาเรื่องนรกภูมิในไตรภูมิพระมาลัย ซึ่งเป็นวรรณกรรมโลกศาสตร์สมัยอยุธยากับเนื้อหาในพระไตรปิฎก คัมภีร์โลกทีปกสาร คัมภีร์โลกบัญญัติ และคัมภีร์จักรวาลทีปนี พบว่าเนื้อหาหลักมีความสอดคล้องกันมีแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด
         หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินจากวารสารธรรมธาราฉบับนี้ตามสมควร


    พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
    (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
    5 กรกฎาคม 2563
    วันอาสาฬหบูชา

  • (ฉบับรวมที่ 10) มกราคม - มิถุนายน
    ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 (2020)

            วารสารธรรมธารา ได้ย่างเข้าสู่ปีที่ 6 ฉบับรวมที่ 10 แล้ว ในเดือนมกราคม พุทธศักราช 2563 ที่ผ่านมามีข่าวที่น่ายินดี คือ วารสารธรรมธาราผ่านการประเมินคุณภาพวารสารโดยศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Tier #2)  ทำให้ท่านผู้เขียนบทความลงตีพิมพ์ในวารสารธรรมธาราสามารถนำผลงานไปใช้ในการพิจารณาขอตำแหน่งทางวิชาการหรือการขอสำเร็จการศึกษาในระดับดุษฎีบัณฑิตได้ ขออนุโมทนาขอบคุณท่านผู้ทรงคุณวุฒิผู้ตรวจบทความ ผู้เขียนบทความ กองบรรณาธิการ ท่านเจ้าภาพที่สนับสนุนทุนในการจัดพิมพ์ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

            ในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ มีเนื้อหาที่หลากหลายทั้งพระพุทธศาสนาในไทย คำสอนดั้งเดิมในพระไตรปิฎก พระพุทธศาสนามหายาน และแนวคิดของนักปรัชญาตะวันตกที่มีส่วนคล้ายพระพุทธศาสนาบทความเรื่อง “การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการพัฒนาจิตของกรรมฐาน 5 สายในสังคมไทย” ของพระมหาวุฒิชัย วุฒิชโย (ป.ธ.9, ดร.) ได้ศึกษาหลักปฏิบัติของสายพุทโธ สายอานาปานสติ สายพองหนอ-ยุบหนอ สายรูปนาม และสายสัมมาอะระหัง โดยเปรียบเทียบกับหลักคำสอนในพระไตรปิฎกและคัมภีร์วิสุทธิมรรคได้อย่างน่าสนใจ ผู้ที่สนใจการปฏิบัติธรรมไม่ควรพลาด

            บทความแปลเรื่อง “พระพุทธศาสนามหายาน เหตุใดคำสอนของพระพุทธเจ้าจึงมีความหลากหลาย” พระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย, ดร. ได้ถอดความเป็นภาษาไทย ผลงานการเขียนของศาสตราจารย์ ดร. ซาซากิ ชิซุกะ ผู้เชี่ยวชาญพระพุทธศาสนาเถรวาทจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนามหายาน เราจะได้เห็นมุมมองต่อพระพุทธศาสนามหายาน พระพุทธศาสนาเถรวาท และคำสอนดั้งเดิมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของนักวิชาการจากประเทศมหายาน ซึ่งได้ให้แง่คิดที่แปลกใหม่มองจากภาพใหญ่ของกระบวนการสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประวัติศาสตร์กว่า 2,500 ปี

            บทความเรื่อง “โชเปนฮาวเออร์ ข้อวิพากษ์แนวคิดของแบบทุนิยม” โดย ดร.รุ่งนิภา เหลียง ทำให้เราได้รู้ถึงแนวคิดของโชเปนฮาวเออร์ นักปรัชญาชาวเยอรมันเมื่อเกือบ 2 ศตวรรษที่แล้ว ที่มองว่าชีวิตเป็นทุกข์ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในดินแดนตะวันตก ว่าเป็นการมองโลกในแง่ร้าย แนวคิดแบบสุนิยม การมองโลกในแง่ดีต่างหากที่ทำให้ชีวิตมีความหวัง มีความเจริญก้าวหน้า แต่เมื่อมองไปจนสุดสาย แนวคิดแบบสุนิยมนี้ก็นำไปสู่การยึดติดวัตถุ กลายเป็นพวกวัตถุนิยมหรือพวกจารวาก บางทีเส้นทางสายกลางอาจเป็นคำตอบ คือ การรับรู้ความจริงของชีวิตว่าเป็นทุกข์ แต่มีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า เราสามารถเอาชนะความทุกข์นี้ได้ ด้วยการปฏิบัติตามหลักมรรคมีองค์ 8 ซึ่งจะทำให้เรามีความสุข พอประมาณ (ทุกข์น้อย) ในโลกนี้ ในโลกหน้า และดับทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงในที่สุด

            แหล่งรวมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สำคัญที่สุดคือ พระไตรปิฎกบาลี ซึ่งได้สืบทอดมาในรูปแบบท่องจำ (มุขปาฐะ) ในช่วง 400 กว่าปีแรกหลังพุทธกาล ต่อมาก็ได้จารจารึกเป็นตัวอักษรในคัมภีร์ใบลาน สืบทอดต่อๆกันมา เป็น 5 สายจารีตใหญ่ คือ ลังกา (อักษรสิงหล) ไทย (อักษรขอม) พม่า (อักษรพม่า) ล้านนา (อักษรธรรม) และมอญ (อักษรมอญ) แต่ละสายจารีตก็ต้องคัดลอกคัมภีร์ต่อๆ กันมา เพราะอายุใบลานมีจำกัด ทำให้คัมภีร์ใบลานเหล่านี้แม้มีเนื้อหาส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเหมือนกัน อย่างน่าอัศจรรย์ในความวิริยะอุตสาหะของพระเถรานุเถระในอดีต ที่ช่วยกันรักษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างดียิ่ง แต่ก็มีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด
            บทความเรื่อง “การใช้อรรถกถาวินิจฉัยศัพท์ดั้งเดิม: กรณีศึกษาคัมภีร์ทีฆนิกาย” ของ ดร.บรรเจิด ชวลิตเรืองฤทธิ์ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราสามารถใช้อรรถกถามาช่วยในการวินิจฉัยหาคำอ่านดั้งเดิมในคัมภีร์ของพระไตรปิฎกได้ โดยศึกษาจากคัมภีร์ใบลานของทีฆนิกายจำนวนถึง 48 ฉบับ จากทุกสายจารีต เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการศึกษาคัมภีร์พุทธของโลกอย่างมาก และเป็นการศึกษาวิจัยโดยใช้คัมภีร์ใบลานจำนวนมากที่สุดอันหนึ่งในวงการพุทธโลก เพื่อให้เราสามารถรักษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ที่สุด

            บทความเรื่อง “จารึกเสาแปดเหลี่ยมชัยนาท: จารึกอรรถกถาอภิธรรมที่เก่าที่สุดในประเทศไทย” โดย ดร.อุเทน วงศ์สถิตย์ ได้ศึกษาจากข้อความภาษาบาลีในจารึกเสาแปดเหลี่ยม จังหวัดชัยนาท ซึ่งมีอายุราว 1,500 ปี ในสมัยทวารวดี โดยสืบค้นเปรียบเทียบกับข้อความในพระไตรปิฎกและอรรถกถา เป็นที่น่ายินดีว่าการศึกษาค้นคว้าจารึกโบราณในประเทศไทย ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนากำลังเป็นไปอย่างคึกคักและจะก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป สมกับที่ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก

    หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับประโยชน์จากบทความต่างๆ ในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ตามสมควร

    พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
    20 กุมภาพันธ์ 2563

  • (ฉบับรวมที่ 9) กรกฎาคม - ธันวาคม
    ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (2019)

         ในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ ท่านผู้อ่านจะได้พบกับบทความพระพุทธศาสนาเชิงวิชาการที่ประกอบด้วย บทความแปลของผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศญี่ปุ่น บทความวิชาการที่มีความหลากหลายมุมมองจากทัศนะผู้เขียนที่มีความรู้ทั้งภาคภาษาจีน ภาษาต่างประเทศอื่นๆ อันน่าสนใจติดตามยิ่งพระพุทธศาสนาในโลกปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 นิกายใหญ่ คือ
         1. พระพุทธศาสนาเถรวาท เจริญรุ่งเรืองอยู่ในประเทศไทย ศรีลังกา เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เป็นต้น
         2. พระพุทธศาสนามหายาน ในประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เวียดนาม เป็นต้น
         3. พระพุทธศาสนาวัชรยาน ในทิเบตและมองโกเลีย

         การกำเนิดพระพุทธศาสนามหายานเป็นเรื่องที่มีการศึกษา วิเคราะห์ และถกเถียงกันมายาวนานหลายร้อยปี มีทฤษฎีแหล่งกำเนิดมหายานหลายทฤษฎี เช่น ทฤษฎีที่ว่ามหายานมาจากนิกายมหาสังฆิกะทฤษฎีที่ว่ามหายานมาจากกลุ่มพุทธฆราวาสที่รวมตัวบูชาเจดีย์ ทฤษฎีที่ว่าในช่วงเริ่มต้น มหายานอยู่รวมกับเถรวาทในวัดเดียวกัน เป็นต้น บทความเรื่อง “แนวโน้มและพัฒนาการทฤษฎีการกำเนิดของพระพุทธศาสนามหายาน (2)” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ซาซากิ ชิซุกะ ซึ่ง พระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย, ดร. ได้แปลมาเป็นภาษาไทย ได้ให้แง่คิดมุมมองใหม่ๆ ที่แหลมคมต่อทฤษฎีกำเนิดมหายาน ผู้สนใจไม่ควรพลาด

         “การตรวจชำระและศึกษาพุทธานุสสติในคัมภีร์จตุรารักขาอรรถกถาบาลี” โดย ดร.สุปราณี พณิชยพงศ์ เป็นแบบอย่างของการตรวจชำระคัมภีร์บาลีที่ดี และแสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างกว้างขวางในการปฏิบัติกรรมฐานแบบพุทธานุสสติตามหลักคัมภีร์จตุรารักขานี้ ในประเทศไทย ศรีลังกา เมียนมาร์ กัมพูชา เป็นต้น มาแต่โบราณกาล

         “คาถาชาดกพากษ์จีนที่มีความสอดคล้องกับชาดกบาลี: ศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบ” โดย ชาคริต แหลมม่วง เป็นผลงานวิจัยที่สำคัญชิ้นหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่า การศึกษาเปรียบเทียบคัมภีร์คู่ขนานในภาษาต่างๆ เช่น ภาษาบาลี ภาษาจีน ภาษาสันสกฤต ภาษาทิเบต เป็นต้น ช่วยให้เรามองเห็นพัฒนาการของคัมภีร์ และช่วยในการตรวจชำระคัมภีร์ได้อย่างมาก แต่ทั้งนี้ผู้วิจัยจะต้องมีความรู้ความสามารถในภาษาต่างๆ ที่ทรงไว้ซึ่งพระคัมภีร์เป็นอย่างดี

         มิลินทปัญหา เป็นคัมภีร์พระพุทธศาสนาที่สำคัญยิ่งคัมภีร์หนึ่ง พระไตรปิฎกบาลีของพม่าถึงกับจัดคัมภีร์มิลินทปัญหาเป็นคัมภีร์หนึ่งในพระไตรปิฎกขุททกนิกาย “มิลินทปัญหา: ปริศนาเรื่องกำเนิดและพัฒนาการ” โดย เนาวรัตน์ พันธ์วิไล ได้ศึกษาเรื่องจุดกำเนิดของคัมภีร์มิลินทปัญหาที่ว่า แปลมาจากวรรณกรรมกรีก หรือ จากวรรณกรรมภาษาปรากฤต หรือ สันสกฤตในอินเดีย โดยได้รวบรวมหลักฐานและเหตุผลของทั้ง 2 ทฤษฎีนี้อย่างกว้างขวาง

    หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะได้สารัตถประโยชน์จากวารสารธรรมธาราฉบับนี้ตามสมควร

    พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
    (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
    10 ตุลาคม 2562

  • (ฉบับรวมที่ 8) มกราคม - มิถุนายน
    ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 (2019)

         วารสารธรรมธาราได้เข้าสู่ปีที่ 5 ฉบับรวมที่ 8 แล้ว ในฉบับนี้ท่านผู้อ่านจะได้พบกับบทความเรื่อง “การศึกษาเปรียบเทียบพระไตรปิฎกบาลีฉบับใบลานเพื่อวินิจฉัยคำต่างในพระไตรปิฎก: กรณีศึกษาจากสุภสูตรแห่งคัมภีร์ทีฆนิกาย” ของ ดร.บรรเจิด ชวลิตเรืองฤทธิ์ เป็นบทความที่มีคุณภาพสูง ท่านผู้อ่านจะได้ทั้งความรู้ที่มาของพระไตรปิฎกบาลีฉบับต่างๆ ทั้งของไทย พม่า ศรีลังกา และยุโรป นอกจากนี้ยังทำให้ได้ความรู้พื้นฐานของการตรวจชำระพระไตรปิฎกเชิงวิเคราะห์ แม้ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญพระไตรปิฎกหรือภาษาบาลี หากค่อยๆ อ่านแล้วคิดตามไปก็สามารถเข้าใจได้

         ท่านที่สนใจสถานการณ์พระพุทธศาสนาและการสืบทอดพระไตรปิฎกใบลานในประเทศไทยและกัมพูชาในช่วง 700 ปี ที่ผ่านมา ควรอ่านบทความเรื่อง “การสืบทอดพระไตรปิฎกใบลานอักษรขอมในประเทศไทยและกัมพูชา” ของ ดร.สุชาดา ศรีเศรษฐวรกุล

         ในสังคมปัจจุบันที่ผู้คนตกอยู่ในวงล้อมของอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสมัยใหม่เต็มไปหมด อาทิ โทรศัพท์มือถือ การใช้โซเชียลมีเดีย จนหลายๆ คนรู้สึกเหนื่อยล้า เครียด บทความเรื่อง “พุทธิปัญญากับการปรับสมดุลชีวิต” ของ รศ.ดร.สุวิญ รักสัตย์ นำเสนอทางออกด้วยหลักพุทธธรรม ให้เราไม่ปฏิเสธเทคโนโลยี แต่ใช้อย่างรู้เท่าทัน และดำรงตนอยู่ในโลกได้อย่างมีความสุข มีความสมดุลในชีวิต

         บทความแปลเรื่อง “แนวโน้มและพัฒนาการทฤษฎีการกำเนิดของพระพุทธศาสนามหายาน (1)” ของ ศ.ดร. ซาซากิ ชิซุกะแปลโดย พระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย, ดร. นอกจากทำให้รู้ถึงทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับการกำเนิดขึ้นของพระพุทธศาสนาโดยตรงแล้ว ยังทำให้เราเห็นถึงการตั้งทฤษฎีในวงวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติและการหักล้างพร้อมนำเสนอทฤษฎีใหม่ที่มีหลักฐานและเหตุผลน่าเชื่อถือกว่า แต่ก็ได้หยิบยกนำเอาระเบียบวิธีวิจัยที่ดีของผู้ที่ตนให้ความเห็นหักล้างนั้นมาใช้ นี้คือการต่อยอดและสร้างสรรค์ในโลกวิชาการที่มุ่งการแสวงหาความจริง

         วารสารธรรมธารายังคงมุ่งมั่นตั้งใจเป็นสื่อกลางผลิตผลงานทางวิชาการพุทธศาสตร์ที่ทรงคุณภาพอย่างเต็มกำลังต่อไป หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านผู้อ่านทุกท่าน ทุกคำติชมทางกองบรรณาธิการขอน้อมรับนำมาปรับปรุงเพื่อทำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

     

    พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
    22 เมษายน 2562 (วันคุ้มครองโลก)

  • (ฉบับรวมที่ 7) กรกฎาคม-ธันวาคม
    ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 (2018)

    ในวารสาร “ธรรมธารา” ฉบับนี้ เนาวรัตน์ พันธ์วิไล ได้วิเคราะห์โครงสร้างการให้เหตุผลแบบจตุษโกฏิของนาคารชุนในคัมภีร์
    มูลมัธยมกการิกาไว้อย่างน่าสนใจ ท่านนาคารชุนถือเป็นนักปรัชญาที่สำคัญยิ่งท่านหนึ่งในพระพุทธศาสนาเป็นต้นกำเนิดของสำนักมัธยมกะซึ่งถือแนวคิดสุญญตาเป็นสำคัญ และมีอิทธิพลต่อแนวคิดของท่านพุทธทาส ขอให้ท่านผู้อ่านวางใจนิ่งๆ ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ คิดตามไปก็จะสามารถทำความเข้าใจ แม้ไม่ใช่นักวิชาการทางพระพุทธศาสนาโดยตรงก็ตาม และจะได้ความรู้ไปไม่น้อย

    บทความพิเศษในฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.อำนาจ บัวศิริ ได้นำคำบรรยายเรื่อง “วัคซีนชาวพุทธไทย : การศึกษาพระพุทธศาสนา
    สู่คนรุ่นใหม่กับการแก้ไขปัญหาสังคมไทยด้วยงานวิจัยพุทธศาสตร์” ในงานสัมมนาวิชาการธรรมธารา ครั้งที่ 3 เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561 ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย มาถ่ายทอดเป็นบทความนี้

    พระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย, ดร. ได้เขียนบทวิจัย “คำว่า ‘ลฺทธิ’ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท” โดยได้ศึกษาพัฒนาการของการใช้คำๆ นี้ พบว่า คำว่า “ลฺทธิ” ที่ใช้ในความหมายว่า “ความเห็น” หรือ “คำสอน” นั้นเป็นคำค่อนข้างใหม่ จึงไม่มีในคัมภีร์พระพุทธศาสนายุคต้น แต่เริ่มมาปรากฎในคัมภีร์ยุครอยต่อระหว่างคัมภีร์ยุคต้นและยุคอภิธรรม และใช้เพิ่มขึ้นมากในคัมภีร์ชั้นอรรถกถา


    รศ.ดร.ประเวศ อินทองปาน ได้ศึกษาเรื่อง “สถานภาพและบทบาทของสตรีเพศตามแนวจริยศาสตร์ทางศาสนา” โดยได้ศึกษามุมมองและจุดยืนถึงสถานภาพของสตรีในศาสนาต่างๆ จำนวนมาก คือ ศาสนาโบราณ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ผู้ที่สนใจเรื่องความเสมอภาคทางเพศไม่ควรพลาด

    ดร.อรพรรณ สุชาติกุลวิทย์ ได้เสนอบทความเรื่อง “การสร้างเสริมศีลธรรมในเด็กปฐมวัย” โดยศึกษาทั้งจากแนวคิดของปรัชญาตะวันตกและคำสอนในพระพุทธศาสนา ซึ่งพบว่า มีจุดร่วมคล้ายกัน เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจการสร้างพื้นฐานทางศีลธรรมที่แข็งแรงให้กับเด็กปฐมวัย

    วารสารธรรมธารายังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง กระตุ้น ส่งเสริมการศึกษาวิจัยพระพุทธศาสนาในระดับสูงต่อไป และหวังว่าจะได้รับคำแนะนำและสนับสนุนจากทุกท่านเช่นเคย


    พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ
    (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
    24 ตุลาคม 2561
    (วันออกพรรษา)

  • (ฉบับรวมที่ 6) มกราคม-มิถุนายน
    ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (2018)

    ในวารสารธรรมธาราฉบับนี้ บทความเรื่อง ตรรกศาสตร์เชิงพุทธ ของ ดร.อรพรรณ สุชาติกุลวิทย์ ได้วิเคราะห์เรื่องตรรกศาสตร์ไว้อย่างน่าสนใจ ท่านผู้อ่านที่เคยสงสัยว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเตือนไว้ในกาลามสูตรให้อย่าด่วนเชื่อเพราะสอดคล้องกับหลักตรรกที่ตนคิดนั้นหมายถึงอย่างไร หลักตรรกที่พระองค์ทรงกล่าวเหมือนหรือแตกต่างจากหลักตรรกศาสตร์ในปัจจุบัน ทำไมพระพุทธเจ้าจึงไม่ให้ด่วนเชื่อเพราะเหตุต่างๆ ถึง 10 ประการ ซึ่งดูเหมือนจะทำให้เชื่ออะไรแทบไม่ได้เลยแล้วมีหลักอะไรที่ถูกต้องในการเข้าถึงความรู้ที่แท้จริง มีคำตอบที่เป็นประโยชน์จากบทความนี้

    บทความเรื่อง จักกวัตติสูตร : ศึกษาวิเคราะห์บนฐานทฤษฎีอรรถปริวรรตศาสตร์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย สติมั่น ได้แสดงให้เราเห็นถึงหลักการวิเคราะห์พระสูตรต่างๆ ของคัมภีร์เนตติปกรณ์ ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่สำคัญในพระพุทธศาสนาเถรวาท ทางพม่าถึงกับยกขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก

    พระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย, ดร. ได้แปลและเรียบเรียงบทความเรื่อง บารมี 30 ทัศในพระพุทธศาสนาเถรวาท ของ ดร. Katsumoto Karenทำให้เห็นถึงพัฒนาการของคำสอนเรื่องบารมี จากบารมี 10 ทัศ เป็นบารมี 30 ทัศ และทำให้เราได้รู้ถึงความสนใจในการวิจัยพุทธเถรวาทของนักวิชาการในประเทศญี่ปุ่น

    ดร.เมธี พิทักษ์ธีระธรรม ยังมีผลงานคุณภาพสูงออกมาอย่างต่อเนื่อง ในฉบับนี้ได้เขียนคำแปลพร้อมเชิงอรรถวิเคราะห์ (3)
    ของคัมภีร์ Samayabhedoparacanacakra ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนายุคต้นของหินยานฝ่ายเหนือ สิ่งที่ท่านผู้อ่านจะได้จากบทความนี้ ไม่เพียงแต่เนื้อหาที่แปลมาจากคัมภีร์ทิเบตเท่านั้น แต่จะได้เห็นวิธีการแปลและตรวจชำระคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาที่มีคุณภาพสูงว่าต้องทำอย่างไร มีการเปรียบเทียบกับเนื้อหาของคัมภีร์เดียวกันที่แปลมาเป็นภาษาจีนโดยพระถังซัมจั๋งและท่านอื่นๆ หลายฉบับ รวมทั้งมีการวิเคราะห์ถึงคำศัพท์ที่น่าจะเป็นในคัมภีร์ต้นฉบับภาษาบาลีหรือสันสกฤต ก่อนที่จะแปลมาเป็นคัมภีร์จีนและทิเบต นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบคำแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและความเห็นของนักวิชาการสมัยใหม่อย่างละเอียดลออ

    วารสารธรรมธารายังคงแน่นด้วยคุณภาพเช่นเดิม เพื่อเป็นกำลังส่วนหนึ่งในการสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่วงวิชาการพุทธศาสตร์ของประเทศไทย และหวังว่าจะได้รับความเมตตาสนับสนุนและคำแนะนำจากทุกท่านด้วยดีเช่นเคย

     

  • (ฉบับรวมที่ 5) กรกฎาคม-ธันวาคม
    ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (2017)

    บทความวิชาการและบทความวิจัยในวารสารธรรมธารา ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (ฉบับรวมที่ 5) ประจำเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2560 มีเนื้อหาและประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

              บทความพิเศษเรื่อง “สถานการณ์พระพุทธศาสนาในโลกตะวันตก” ของท่านศาสตราจารย์ ดร.อุทิส ศิริวรรณ ได้ศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนตะวันตก อันมีตัวแบบการเผยแผ่ที่น่าสนใจ ตลอดจนการนำเสนอแนวโน้มและอนาคตพระพุทธศาสนาในโลกตะวันตก

              บทความพิเศษเรื่อง “กำเนิดนิกายสรวาสติวาท” ของท่านศาสตราจารย์ ดร.มิโตะโมะ   เคนโย ได้ถอดความเป็นภาษาไทย โดยดร.เมธี พิทักษ์ธีระธรรม ซึ่งได้ดำเนินมาถึงตอนที่ 2 แล้ว และ บทความวิชาการเรื่อง “‘มัธยมอาคม’ ฉบับสันสกฤตในชิ้นส่วนคัมภีร์ใบลานที่กาฐมาณฑุ’” ถอดความเป็นภาษาไทย โดยพระมหาพงศักดิ์ ฐานิโย, ดร. บทความทั้งสองนี้นอกจากได้แสดงถึงเนื้อหาทางวิชาการโดยตรงแล้ว ยังจะช่วยให้นักวิชาการพุทธศาสตร์ไทยได้เห็นถึงความก้าวหน้าและแนวทางการศึกษาวิจัยทางพุทธศาสตร์ในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างดี

              บทความวิจัยเรื่อง “การวิเคราะห์ศัพท์ว่า ‘ปฺรตียฺสมุตฺปาทํ’ ในโศลกประนาฌ (ไหว้ครู) ในคัมภีร์ ‘มูลมัธยมกการิกา’ ของพระนาคารชุน” ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ มั่งมีสุขศิริ เป็นการศึกษาด้านคัมภีร์ในเชิงลึกที่น่าสนใจ ซึ่งบทความวิจัยประเภทนี้ยังมีอยู่น้อยมากในวงวิชาการบ้านเรา หวังว่า จะเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักวิชาการรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพงานวิชาการพุทธศาสตร์ของประเทศไทย

              เนื่องจากคัมภีร์พุทธศาสตร์จำนวนมากมีอยู่ในภาษาบาลี สันสกฤต จีน ทิเบต การสร้างผลงานทางวิชาการพุทธศาสตร์ที่มีคุณภาพสูงนั้น จำเป็นต้องมีการศึกษาเปรียบเทียบเนื้อหาในคัมภีร์เหล่านี้ด้วย บทความวิชาการเรื่อง “คัมภีร์มูลมัธยมกการกาแปลไทย (1) : คำแปลโศลกไหว้ครู และอรรถาธิบาย pratityasamutpada ในคัมภีร์ Prasannapada” มีการแปลร่วมกันระหว่างศูนย์สันสกฤต มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ผศ.ดร.สมบัติ มั่งมีสุขศิริ และ ศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา DCI วัดพระธรรมกาย โดย ดร.เมธี พิทักษ์ธีระธรรม อันเป็นผลงานตัวอย่างของการทำงานด้านความร่วมมือโดยใช้ทักษะความเชี่ยวชาญด้านภาษาสันสกฤต ภาษาจีนและภาษาธิเบตเข้าด้วยกันอย่างน่าชื่นชมยิ่ง ก็หวังว่า ประเทศไทยเราจะมีนักวิชาการทางพุทธศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญการอ่านคัมภีร์ต้นฉบับในงานวิชาการต่างๆ เหล่านี้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

              ประเด็นปัญหาเรื่องปีพุทธปรินิพพาน ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมา ในแวดวงวิชาการทั้งตะวันตกและตะวันออกเพราะปีพุทธปรินิพพาน เป็นหลักไมล์อ้างอิงทางเวลา ในการศึกษาประวัติศาสตร์ยุคโบราณของอินเดียทั้งหมด บทความวิจัยเรื่อง “ปีพุทธปรินิพพาน (1)” ในฉบับนี้ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หลักฐานจากคัมภีร์บาลีมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ ในการกำหนดปีขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าอโศกมหาราช และในฉบับหน้า ภาค (2) ท่านผู้อ่านจะได้คำตอบที่ถือกันว่าปัจจุบันคือ ปีพุทธศักราช 2560 นั้น จากหลักฐานของคัมภีร์บาลี คือ ปี พ.ศ. 2502 (2502 ปี นับจากปีพุทธปรินิพพาน) ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แล้ว ปี พ.ศ. 2560 ที่เราใช้กันอยู่มาจากไหน ทำไมจึงมีความผิดพลาดถึง 58 ปี

              คณะบรรณาธิการขอขอบคุณท่านผู้เขียนบทความ คณะผู้ทรงคุณวุฒิและท่านเจ้าภาพผู้สนับสนุนทุกท่าน วารสารธรรมธารามุ่งมั่นตั้งใจจะเป็นกำลังส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาวิจัยพุทธศาสตร์ระดับสูงในประเทศไทย

  • (ฉบับรวมที่ 4) มกราคม-มิถุนายน
    ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (2017)

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนติดปีกบินจริง ๆ เผลอประเดี๋ยวเดียววารสารธรรมธารา ก็เข้าสู่ฉบับที่ 4 แล้ว เนื้อหาวิชาการยังคง เข้มข้นเช่นเดิม

    ในฉบับนี้ ดร.เมธี พิทักษ์ธีระธรรม ได้แปลบทวิจัยเรื่อง “การกำเนิดนิกายสรวาสติวาท (1)” ของศาสตราจารย์กิตติคุณ มิโตะโมะ เคนโย แห่งมหาวิทยาลัยริชโช สะท้อนให้เห็นว่าในการวิจัยพระพุทธศาสนาระดับสูง การอาศัยแหล่งข้อมูลปฐมภูมิจากคัมภีร์ภาษาต่าง ๆ ทั้งบาลี สันสกฤต จีน และทิเบต มีประโยชน์มาก ทำให้เข้าใจเนื้อหาที่วิจัยได้ดีมีมุมมองที่กว้างขวางและสามารถวิเคราะห์ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งการอาศัยแหล่งข้อมูลเดียวทำได้ยาก

    บทวิจัยเรื่อง “วิธีเขียนแผนภาพการแตก 18 นิกาย” ของศาสตราจารย์ซาซากิ ชิซุกะ แห่งมหาวิทยาลัยฮานาโซะโนะ ได้คิดนอกกรอบความคุ้นเคยเดิม ๆ สามารถนำเสนอวิธีการเขียนแผนภาพการแตกนิกายได้อย่างถูกต้องตรงความเป็นจริง และเป็นการเชิดชูความถูกต้องดั้งเดิมของเถรวาทอีกด้วย เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่นักวิชาการทั่วโลกใช้อ้างอิงต่อไป

    พระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย ดร. ได้เขียนบทวิจัยเรื่อง “สมถ-วิปัสสนาในคัมภีร์อภิธรรมนิกายสรวาสติวาท” ทำให้เห็นถึงพัฒนาการของคำสอนเรื่อง สมถวิปัสสนาของนิกายสรวาสติวาทอย่างน่าสนใจ

    ดร.สุชาดา ศรีเศรษฐวรกุล ได้นำประสบการณ์จริงจากการอ่านและปริวรรตคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลานอักษรขอมและอักษรธรรมจำนวนมาก รวบรวมเป็นบทความเรื่อง “การสร้างฐานข้อมูลคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลาน” นำเสนอประเด็นปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจน เป็นบทความที่เป็นประโยชน์อย่างมากแก่ผู้ที่ทำงานด้านคัมภีร์ใบลาน

  • (ฉบับรวมที่ 3) กรกฎาคม-ธันวาคม
    ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (2016)

    รู้สึกเวลาเพิ่งผ่านไปไม่นาน วารสาร “ธรรมธารา” ก็ออกมาเป็นฉบับที่ 3 แล้ว ได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์นักวิชาการ
    ด้านพุทธศาสตร์จากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ อย่างดียิ่ง ทั้งเขียนบทความมาลง หรือช่วยเป็นผู้อ่านประเมินบทความ (Peer
    Review) เพื่อควบคุมคุณภาพให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของวารสารวิชาการ การประเมินบทความเป็นไปอย่างเข้มข้น ทั้งที่ผู้
    เขียนบทความแต่ละท่านก็ล้วนเป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอก และเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มานานปี มีการปรับปรุงบทความกันหลายรอบเพื่อให้ได้บทความที่มีคุณภาพสูงสุดมอบให้แก่ท่านผู้อ่าน

    เริ่มจากฉบับนี้ ดร.เมธี พิทักษ์ธีระธรรม ได้เริ่มนำผลงานการวิจัยของนักวิชาการต่างประเทศที่น่าสนใจมาแปลนำเสนอต่อท่าน
    ผู้อ่าน เชื่อมประสานวงวิชาการพุทธศาสตร์ของไทยเข้ากับวงวิชาการพุทธศาสตร์ของโลก พระมหาพงศ์ศักดิ์ ฐานิโย, ดร. ก็ได้
    นำการวิเคราะห์ภาพสลักหินเรื่องชาดกที่สถูปภารหุต ซึ่งเก่าแก่มากสร้างขึ้นราว 300 ปีหลังพุทธกาล มาเป็นหลักฐานยืนยันว่าเนื้อหาอรรถกถาชาดกเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านั้น เป็นการนำหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งมีอายุที่วัดได้ชัดเจนเชื่อถือได้มายืนยันความเก่าแก่
    ของการเกิดขึ้นของเนื้อหาในคัมภีร์ได้อย่างน่าสนใจ

  • (ฉบับรวมที่ 2) มกราคม-มิถุนายน
    ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 (2016)

    วารสาร “ธรรมธารา” ฉบับแรกออกมาสู่บรรณพิภพเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2558 ตรงกับวันวิสาขบูชา ได้รับการตอบรับจากพระเถรานุเถระและนักวิชาการในแวดวงพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง มีทั้งคำชื่นชมและคำแนะนำมากมาย ซึ่งทางทีมงานได้น้อมรับมาปรับปรุง วารสาร “ธรรมธารา” ฉบับที่ 2 นี้ จึงมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ อาทิ

    1. เปลี่ยนจากวารสารรายปีเป็นวารสารราย 6 เดือน
    2. ได้เรียนเชิญนักวิชาการจากสถาบันต่าง ๆ ส่งบทความมาลงตีพิมพ์ด้วย
    3. ได้เรียนเชิญคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ร่วมเป็นกองบรรณาธิการและคณะผู้ประเมินบทความ (Peer Review) เพื่อควบคุมคุณภาพให้ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานของวารสารวิชาการ

    คณะบรรณาธิการรู้สึกซาบซึ้งในนน้ำจิตน้ำใจ และขอขอบคุณคณาจารย์ทุกท่านเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้
    โลกวิชาการไร้พรมแดน สัมผัสได้ถึงความงดงามแห่งน้ำใจของคณาจารย์ทุกท่าน ที่มุ่งหวังต้องการเห็นความก้าวหน้าทางวิชาการของวงการพระพุทธศาสนาในประเทศไทยจึงได้กรุณาสละเวลาอันมีค่ามาช่วยเขียนช่วยตรวจ
    บทความในวารสาร “ธรรมธารา” นี้
    คณะบรรณาธิการจะตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อให้วารสาร “ธรรมธารา” เป็นประทีปธรรมดวงน้อย ๆ อีกดวงหนึ่งที่จะช่วยส่องสว่างนำแสงแห่งปัญญาสู่วงการพระพุทธศาสนาและสังคมไทย หวังว่าจะได้รับคำแนะนำและสนับสนุนจากทุกท่านต่อไป