การศึกษากลไกทางจิตและปัจจัยที่พยากรณ์รูปแบบการใช้กลไกทางจิตของนักเรียนวัยรุ่น ในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษในจังหวัดชลบุรี

Main Article Content

เบญจวรรณ บุณยะประพันธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการปรับตัวของนักเรียนวัยรุ่น การวิจัยเชิงปริมาณ    มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษารูปแบบการใช้กลไกทางจิต บุคลิกภาพห้าองค์ประกอบ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู และการเห็นคุณค่าในตนเอง ของนักเรียนวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษจังหวัดชลบุรี 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพห้าองค์ประกอบ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู และการเห็นคุณค่าในตนเอง กับรูปแบบการใช้กลไกทางจิตของนักเรียนวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษจังหวัดชลบุรี 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพยากรณ์รูปแบบการใช้กลไก  ทางจิตของนักเรียนวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษจังหวัดชลบุรี 


วิธีดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 31 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างคำถาม ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษจังหวัดชลบุรี ทั้งหมด 9 โรงเรียน จำนวน 387 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามปัจจัยส่วนบุคคล บุคลิกภาพห้าองค์ประกอบ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู การเห็นคุณค่าในตนเอง และรูปแบบการใช้กลไกทางจิต ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการพรรณนาวิเคราะห์ ส่วนข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และสถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มตัวแปรทีละขั้น


ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า ปัญหาส่วนใหญ่ คือ ปัญหาด้านการเรียนในและนอกห้องเรียน การปรับตัวกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว ตัวผู้สอน และสุขภาพโดยทั่วไป นักเรียนวัยรุ่นส่วนใหญ่ แก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยการปรึกษาเพื่อน อาจารย์ และ    ทำกิจกรรมให้ผ่อนคลาย เช่น ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ นอนเล่น เล่นกีฬา รับประทานอาหาร เป็นต้น ตรงกับรูปแบบกลไกทางจิตแบบมีวุฒิภาวะ และชนิดการเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่น


 ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า 1) นักเรียนฯ มีระดับการใช้กลไกทางจิต บุคลิกภาพห้าองค์ประกอบ และการเห็นคุณค่าในตนเอง อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนการอบรมเลี้ยงดู 3 รูปแบบ อยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ แบบเข้มงวดกวดขันแบบประชาธิปไตย และแบบผสมผสานประเภทการเลี้ยงดูในลักษณะประชาธิปไตยแบบละเลย สำหรับรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูอีก 3 รูปแบบอยู่ในระดับน้อย ได้แก่ แบบทอดทิ้งหรือปล่อยปละละเลย แบบรักตามใจ และแบบผสมผสานประเภทการเลี้ยงดูในลักษณะเข้มงวดกวดขันแบบละเลย 2) ปัจจัยด้านบุคลิกภาพห้าองค์ประกอบแบบหวั่นไหวทางอารมณ์มีด้านเดียว ที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับรูปแบบการใช้กลไกทางจิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ปัจจัยด้านการอบรมเลี้ยงดูทุกรูปแบบ   มีความสัมพันธ์ทางบวกกับรูปแบบการใช้กลไกทางจิต ปัจจัยด้านการเห็นคุณค่าในตนเอง มีความสัมพันธ์ทางลบกับรูปแบบการใช้กลไกทางจิต 3) ปัจจัยที่สามารถร่วมกันพยากรณ์รูปแบบการใช้กลไกทางจิต ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบผสมผสานประเภทรูปแบบการเลี้ยงดูในลักษณะเข้มงวดกวดขันแบบละเลย (R=.425) บุคลิกภาพแบบเปิดรับประสบการณ์ (R=.448) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบรักตามใจ (R=.470) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเข้มงวดกวดขัน (R=.487) และรูปแบบการอบรม เลี้ยงดูแบบผสมผสานประเภทรูปแบบการเลี้ยงดูในลักษณะประชาธิปไตยแบบละเลย (R=.498) พยากรณ์ได้ร้อยละ 24.8   อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ .01

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

บท
Research Articles