การพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ : กรณีศึกษาตำบลตากูก อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

ผู้แต่ง

  • วิมลกานต์ นิธิศิริวริศกุล สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • พิมภัสสร ชูตระกูล สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • พรรณนิการ์ กงจักร สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • ณัฐสุรางค์ ปุคคละนันทน์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • อภิสิทธิ์ สมอุปฮาด สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

DOI:

https://doi.org/10.14456/gjl.2026.25

คำสำคัญ:

ทรัพยากรท้องถิ่น, มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน, เศรษฐกิจฐานราก

บทคัดย่อ

งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ : กรณีศึกษาตำบลตากูก อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ศักยภาพทรัพยากรท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลตากูก อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ (2) พัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรท้องถิ่นโดยประยุกต์ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงพาณิชย์ (3) วิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา โดยใช้การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน (CBA) และ (4) ประเมินผลลัพธ์ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในด้านการเปลี่ยนแปลงรายได้ครัวเรือน และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน โดยประยุกต์ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) เป็นกรอบหลักในการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนา กลุ่มตัวอย่างจำนวน 35 คน ได้รับการคัดเลือกด้วยวิธีการแบบเจาะจง จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรท้องถิ่น ประกอบด้วยผู้ประกอบการชุมชน ผู้นำชุมชน ผู้มีองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น และตัวแทนครัวเรือนในตำบลตากูก ซึ่งเข้าร่วมกระบวนการวิจัยตลอดในการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ศักยภาพทรัพยากร การวางแผน การพัฒนาทดสอบผลิตภัณฑ์ และการประเมินผล สะท้อนความคิดร่วมกัน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม แบบสอบถาม และแบบบันทึกต้นทุน–ผลตอบแทนรายผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบเครื่องมือดำเนินการโดยการตรวจสอบดัชนีความสอดคล้อง (IOC≥0.76) และตรวจสอบค่าความเชื่อมั่นด้วยสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.87 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาเชิงประเด็นร่วมกับการตรวจสอบสามเส้า ขณะที่ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนา การทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยแบบกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน เพื่อเปรียบเทียบรายได้ก่อนและหลังการพัฒนา และการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน (CBA) โดยอัตราคิดลด (Discount Rate) ร้อยละ 7 ต่อปี อ้างอิงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณชย์ไทย ปีงบประมาณ 2567 ผลการวิจัยพบว่าทรัพยากรท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูงสุดในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้แก่ใบหม่อนและสมุนไพรพื้นบ้าน โดยมีคะแนนการประเมินศักยภาพโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( equation= 4.00, S.D.=0.62) กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์มีประสิทธิผลในระดับมาก ( equation= 4.25 S.D.=0.56) สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพื้นที่ การวิเคราะห์มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจพบว่ากระบวนการแปรรูปสามารถยกระดับมูลค่าจากวัตถุดิบตั้งต้นได้ประมาณ 5-6 เท่า และเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันในท้องตลาด พบว่าผลิตภัณฑ์ชุมชนมีต้นทุนการผลิตต่ำ เนื่องจากข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างจากการเข้าถึงวัตถุดิบโดยตรงในชุมชน ผลการวิเคราะห์ CBA พบว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดมีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน สูงกว่า 1 (BCR = 1.80 และ 1.78 ตามลำดับ) แสดงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนในระดับชุมชน นอกจากนี้ รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และผลการทดสอบด้วย Paired Samples
t-test ยืนยันว่ารายได้หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 5.89, p < 0.01) ทั้งนี้ ผลการวิจัยยังพบว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ไม่ได้เกิดจากกระบวนการแปรรูปเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบูรณาการสามกลไกร่วมกัน ได้แก่ การแปรรูปที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบ การรวมกลุ่มที่ลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มอำนาจต่อรอง และทุนทางสังคมที่เกิดจากกระบวนการ PAR ซึ่งสร้างความไว้วางใจและการแบ่งงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างสมาชิก งานวิจัยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ควบคู่กับการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับรายได้ครัวเรือน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ข้อค้นพบใหม่ที่สำคัญของงานวิจัยยืนยันว่ากระบวนการ PAR ทำหน้าที่เป็นทั้งกลไกพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลไกสร้างมาตรฐานการผลิต และข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ชุมชนตากูกอยู่ที่การควบคุมห่วงโซ่วัตถุดิบภายในชุมชน ซึ่งสร้างต้นทุนที่ต่ำกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์บนฐานทรัพยากรท้องถิ่นควบคู่กับการสนับสนุนการรับรองมาตรฐาน การพัฒนาแบรนด์เชิงอัตลักษณ์ และการเชื่อมโยงเครือข่ายทางเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

นพรัตน์ ไชยชนะ. (2568). การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อประสิทธิภาพทางการจัดการชุมชน บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 20(2), 43-58. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/JSSRA/article/view/276710/185987

ประภาพร บุญปลอด, นวรัตน์ นิธิชัยอนันต์, เกศศิริ นวลใยสวรรค์, ระเบียบ วุฒิปิยพงศ์, และสุรีย์ฉาย สุคันธรัต. (2567). ศักยภาพทุนทรัพยากร วัฒนธรรมชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรท้องถิ่นในพื้นที่ชุมชนชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 8(3), 205-220. https://doi.org/10.14456/jlgisrru.2024.60.

วรพงศ์ แสงผัด, เพ็ญศรี ฉิรินัง, วรเดช จันทรศร, และวิพร เกตุแก้ว (2566). แนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนท้องถิ่นไทย. วารสารพัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่, 9(6), 439-448. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jomld/article/view/268139/184040

สาทินี วัฒนกิจ, รอฮานา แวดอเลาะ, ณัฐชนา นวลยัง, และธนากรณ์ ดำสุด (2567). การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านกลไกการเรียนรู้และนวัตกรรม : กรณีศึกษาชุมชนรำแดง จังหวัดสงขลา.วารสารปาริชาต, 37(3) ,621-635. https://doi.org/10.55164/pactj.v37i3.270127

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13. https://www.nesdc.go.th/the-national-economic-and-social-development-plan/

Boardman, A. E., Greenberg, D. H., Vining, A. R., & Weimer, D. L. (2018). Cost-benefit analysis: Concepts and practice (5th ed.). Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/9781108235594

Braun, V., & Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative research in psychology, 3(2), 77-101. https://doi.org/10.1191/1478088706qp063oa.

Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1981). Rural Development Participation: Concept and Measure for Project Design Implementation and Evaluation: Rural Development Committee Center for international Studies. New York: Cornell University Press.

Chambers, R. (1994). Participatory rural appraisal (PRA): Analysis of experience. World Development, 22(9), 1253–1268. https://doi.org/10.1016/0305-750X(94)90003-5.

Gereffi, G., Humphrey, J., & Sturgeon, T. (2005). The governance of global value chains. Review of International Political Economy, 12(1), 78–104. https://doi.org/10.1080/09692290500049805

Humphrey, J., & Schmitz, H. (2002). How does insertion in global value chains affect upgrading in industrial clusters. Regional Studies, 36(9), 1017–1027. https://doi.org/10.1080/0034340022000022198

Kaplinsky, R., & Morris, M. (2001). A handbook for value chain research. International Development Research Centre (IDRC).

Kemmis, S., & McTaggart, R. (2005). Participatory action research: Communicative action and the public sphere. In N. Denzin, N.K. and Lincoln, Y.S. (Eds.), The SAGE handbook of qualitative research. 3rd ed. Thousand Oaks, California: SAGE.

OECD. (2018). Enhancing the contributions of SMEs in a global and digitalised economy. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264300385-en

OECD. (2020). Job Creation and Local Economic Development 2020 : Rebuilding Better, OECD Publishing, Paris, https://doi.org/10.1787/b02b2f39-en

Porter, M. E. (1985). Competitive advantage: Creating and sustaining superior performance. Free Press.

Pretty, J. N. (1995). Participatory learning for sustainable agriculture. World Development, 23(8), 1247–1263. https://doi.org/10.1016/0305-750X(95)00046-F.

Putnam, R.D. (2000) Bowling Alone: The Collapse and Revival of American Community. Simon and Schuster, New York.http://dx.doi.org/10.1145/358916.361990.

Reed, M. S. (2008). Stakeholder participation for environmental management : A literature review. Biological Conservation, 141(10), 2417–2431. https://doi.org/10.1016/j.biocon.2008.07.014.

Schumacher, E.F (1973). Small Is Beautiful. A Study of Economics As If People Mattered. London: Blond & Briggs.

Schmitz, H. (2005). Value Chain Analysis for Policy-Makers and Practitioners, Geneva: International Labour Office.

Sen, A. (1999). Development as Freedom. Oxford: Oxford University Press.

Stringer, E. T. (2014). Action research (4th ed.). SAGE Publications.

Suwanmaneepong, S., Kerdsriserm, C., Lepcha, N., Cavite, H. J., & Llones, C. A. (2024). Participatory value chain development: Insights from community-based enterprise in rural Thailand. International Journal of Agricultural Sustainability, 22(1), 1-16. https://doi.org/10.1080/14735903.2024.2371703. (In Thai)

UNIDO.(2011). Industrial development report 2011: Industrial energy efficiency for sustainable wealth creation. United Nations Industrial Development Organization.

World Bank. (2020). Poverty and shared prosperity 2020: Reversals of fortune. World Bank. https://doi.org/10.1596/978-1-4648-1602-4.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-18

รูปแบบการอ้างอิง

นิธิศิริวริศกุล ว., ชูตระกูล พ., กงจักร พ., ปุคคละนันทน์ ณ., & สมอุปฮาด อ. (2026). การพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ : กรณีศึกษาตำบลตากูก อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ . วารสารการบริหารปกครอง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 15(2), 492–519. https://doi.org/10.14456/gjl.2026.25